



สวัสดีวันสงกรานต์ 2569 พระพุทธสิหิงค์เป็นพระพุทธรูปสำคัญในทางตำนาน ซึ่งเกี่ยวพันกันกับนครศรีธรรมราชอย่างลึกซึ้งยิ่งกว่าพระพุทธรูปในตำนานองค์ใด ๆ และปรากฏการนับถือ การสร้างพระพุทธสิหิงค์ขึ้นอย่างแพร่หลายในภาคใต้โดยมีนครศรีธรรมราชเป็นศูนย์กลางนี้มากมายมาแต่อดีต
มี “พระพุทธสิหิงค์สำหรับเมือง” หรือ “พระพุทธสิหิงค์องค์ในหอฯ” เป็นประธานของพิธีกรรมฝ่ายเมืองประดิษฐานอยู่ในหอพระสิหิงค์อันเป็นหอพระในเขตจวนวังเจ้าเมืองนคร
มี “พระพุทธสิหิงค์สำหรับวัด” หรือ “พระพุทธสิหิงค์ของวัด” สร้างขึ้นประจำวัดอย่างน้อยวัดละองค์ ๆ วัดในเมืองนครที่มีมาเก่าแต่ครั้งอยุธยาก็ล้วนมีพระสิหิงค์สมัยอยุธยาประจำวัดทั้งนั้น และยังคงมีการสร้างพระสิหิงค์สำหรับวัดขึ้นเรื่อยมาจนปัจจุบัน
อาจกล่าวได้ว่าไม่มีพระพุทธรูปองค์ใดในภาคใต้ที่จะได้รับความนิยมในการสร้างและจำลองเสมอด้วยพระสิหิงค์อีกแล้ว ตำนานซึ่งเป็นเครื่องรับรอง และอธิบายความศักดิ์สิทธิ์ของพระพุทธสิหิงค์นั้นคือสิหิงคนิทาน รจนาโดยพระโพธิรังสี เป็นภาษาบาลี ขึ้นในอาณาจักรล้านนาเมื่อประมาณ 500 ปีก่อน
ตำนานอธิบายว่าพระพุทธสิหิงค์สร้างขึ้นตามพุทธลักษณะของพระพุทธเจ้าซึ่งพญานาคผู้ทันได้เห็นพระองค์นิรมิตกายแสดงให้เหล่าพระอรหันต์ชาวศรีลังกาได้เห็น เมื่อครั้งนครศรีธรรมราช (สิริธัมมนคร/สิริธัมมรัฏฺฐ) ยังเป็นอาณาจักร เป็นพันธมิตรกับสุโขทัย พญาไสยณรงค์จากสุโขทัย ได้ขอให้พญานครศรีธรรมราชเชิญพระพุทธรูปอันเชื่อว่าถ่ายทอดพุทธลักษณะได้ใกล้เคียงที่สุดมาจากลังกา
พระสิหิงค์มาถึงเมืองนครศรีธรรมราชแล้วจึงไปยังสุโขทัย เสด็จโยกย้ายผ่านบ้านเมืองมากมายจนไปถึงเชียงใหม่ จนกระทั่งถึงยุคของพระโพธิรังสีจึงได้แต่งตำนานของพระพุทธสิหิงค์ขึ้น ในล้านนาและลุ่มน้ำเจ้าพระยาก็มีความนิยมในการสร้างพระพุทธรูปซึ่งมีพุทธลักษณะแบบพระพุทธสิหิงค์ขึ้นมากมาย โดยมีลักษณะพื้นฐานที่เป็นหลักสำคัญร่วมกันคือ ขัดสมาธิเพชร ปางมารวิชัย พระรัศมีเป็นบัวตูม พระสังฆาฏิสั้น
ในช่วงที่สนใจตามศึกษาวัดขนาดพระสิหิงค์สกุลช่างนครศรีธรรมราช ผมก็เกิดความสงสัยขึ้นว่ายังไม่เคยมีการค้นพบสิหิงคนิทาน หรือตำนานพระพุทธสิหิงค์ในนครศรีธรรมราชเลย การค้นพบ และการมีอยู่ของคัมภีร์สิหิงคนิทาน มีความสำคัญไม่น้อยไปกว่าการมีอยู่ของรูปพระพุทธสิหิงค์ เพราะคัมภีร์เป็นแหล่งที่มาของความรู้ในตำนาน ขนบ และจารีตซึ่งผูกพันธ์กันกับพระพุทธรูปอย่างแน่นแฟ้น หากไม่ใช่คัมภีร์สิหิงคนิทานฉบับภาษาบาลีของพระโพธิรังสีซึ่งเป็นต้นฉบับ เป็นสิหิงคนิทานภาษาไทยสำนวนท้องถิ่นก็ล้วนมีความหมาย
จนกระทั่งเมื่อ 30 ธันวาคมปีที่แล้วนี่เองจึงเพิ่งพบสิหิงคนิทานเก็บรักษาอยู่ที่วัดในย่านท่าวัง อันเป็นย่านที่มีพระพุทธสิหิงค์สมัยอยุธยาสกุลช่างนครศรีธรรมราชเก็บรักษาอยู่หลายองค์
สิหิงคนิทานผูกนี้ ใช้ชื่อว่า นิทานพระสิหิงค ตรวจสอบเนื้อหาแล้วตรงกับสิหิงคนิทานฉบับภาษาบาลีของพระโพธิรังสี ไม่มีเนื้อหาส่วนเกินจากตัวบทดั้งเดิม จารขึ้นในปี พ.ศ.2231 โดยระบุว่าเป็นปีเถาะนพศก แปลกทีเดียวเพราะหากใช้หลักว่านักษัตรและจุลศักราชเปลี่ยนเมื่อเถลิงศก พุทธศักราชเปลี่ยนทีหลังสุดเมื่อวิสาขะแล้ว ปี 2231 ไม่สามารถเป็นปีเถาะนพศกได้ ต้องเป็นมะโรงสัมฤทธิ์ศก หากไม่ได้เป็นการจารผิดจาก พ.ศ.2230 ก็ต้องมีหลักการเปลี่ยนปีพุทธศักราชด้วยวันอื่นก่อนจะถึงวันเถลิงศก หรือไม่เช่นนั้นหาก 2231 ไม่ได้จารผิด ก็อาจแสดงถึงการนับปีพุทธศักราชแบบย่างอันเป็นที่นิยมในศรีลังกา พม่า ซึ่งการนับปีพุทธศักราชจะเร็วกว่าการนับแบบไทย 1 ปี
ในห้วงเวลานี้สมเด็จพระนารายณ์ใกล้สวรรคต และใกล้ผลัดแผ่นดินเข้าสู่ยุคสมเด็จพระเพทราชาแล้ว ไม่นานหลังจากนี้พระยารามเดโช และเมืองนครศรีธรรมราช จะประกาศตัวเป็นอิสระจากอำนาจของราชสำนักอยุธยาภายใต้เศวตรฉัตรของสมเด็จพระเพทราชา ในช่วงเวลานี้เองที่ปรากฏการสร้างพระพุทธสิหิงค์สกุลช่างท้องถิ่นขึ้นเป็นจำนวนมากในนครศรีธรรมราช สิหิงคนิทานผูกนี้อาจสร้างขึ้นภายใต้บรรยากาศและความนิยมในการสร้างพระพุทธสิหิงค์ซึ่งคงกลับมาเป็นฮิตอีกครั้งหลังสมเด็จพระนารายณ์ยกทัพขึ้นไปตีเชียงใหม่ และอัญเชิญพระพุทธสิหิงค์ลงมายังอยุธยาในปีพ.ศ.2205 (จำเลขไม่แม่นอาจจะผิดก็ได้ครับ)
ผมคิดว่าการสร้างพระพุทธรูปขึ้นย่อมต้องสร้าง เทศน์ และอ่านคัมภีร์ที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธรูปร่วมกันไปด้วย ไม่ว่าตำนานจะเป็นเรื่องจริงชื่อได้หรือไม่ แต่ตำนานก็คือชุดคำอธิบายที่ให้พลังกับรูปพระพุทธสิหิงค์นี้สิหิงคนิทานผูกนี้นอกจากจะแสดงให้เห็นการมีอยู่ขององค์ความรู้แล้ว ยังเป็นหลักฐานสำคัญที่มาจากยุคที่กระแสการสร้างพระพุทธสิหิงค์กำลังแพร่หลายอีกครั้งในเมืองนครศรีธรรมราช กล่าวกันว่าอานิสงส์การสร้างพระธรรมก็เสมอด้วยการสร้างพระพุทธรูป สิหิงคนิทานผูกนี้แม้อยู่ในรูปคัมภีร์ใบลาน ก็อาจนับได้ว่าเป็นรูปพระสิหิงค์อย่างหนึ่ง ซึ่งจารขึ้นโดยชาวนคร เส้นสายลายมือของพระชาวนครในครั้งกระนั้น
ดูเรื่องย่อสิหิงคนิทานที่นี่
เผยแพร่ครั้งแรกใน – https://www.facebook.com/share/p/17GCcqTPu4/