
ริมคลองที่ยังเป็นธรรมชาติ ปราศจากการรบกวนจากแนวคอนกรีตแข็งๆ ของหน่วยงานรัฐ มีพืชพรรณอาหารขึ้นเองตามธรรมชาติให้ผู้คนได้เก็บกิน เป็นแหล่งวัตถุดิบที่ปลอดภัยไร้สารพิษเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ผมมีโอกาสติดตามกัลยาณมิตรคนคอนไปสำรวจสายน้ำหลักของจังหวัดนครศรีธรรมราช
ที่มีชื่อทางการว่า “คลองท่าดี” เราเริ่มสำรวจกันที่บริเวณบ้านนาป่า ตำบลไชมนตรี อำเภอเมือง คลองท่าดีเมื่อไหลผ่านหมู่บ้านแห่งนี้ ชาวบ้านจึงเรียกกันว่า “คลองนาป่า” ที่นี่พวกเราได้เจอคุณป้าจำเนียน ดวงพาพล ซึ่งมีบ้านอยู่ริมคลองใกล้กับตำแหน่งที่มีการขุดคลองเบี่ยงน้ำเลี่ยงเมือง พิกัดนี้มีเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่คณะคนคอนต้องมาสำรวจตามบันทึกสมัยก่อน…ทุกจุดที่เราแวะและตลอดแนวคลอง จะพบต้นเดื่อหรือมะเดื่อขึ้นอยู่มากมาย ลูกมะเดื่อออกตามกิ่งและลำต้น มีหลากหลายขนาด บางต้นเพิ่งออกดอกก็มี คุณป้าจำเนียน เล่าถึงวิถีการกินลูกเดื่อว่า นิยมกินลูกอ่อนขนาดเล็กๆ เพราะจะยังไม่มีแมลงข้างใน โดยกินเป็นผักเหนาะของขนมจีนหรือแกงต่างๆ หรือจะนำมาแกงกะทิกับเนื้อวัว เนื้อหมู เนื้อไก่ ก็ได้ทั้งหมด หรือจะใส่ในแกงพุงปลาก็อร่อย



เมื่อได้ฟังเรื่องราวผมก็จดบันทึกพร้อมถามสูตรเครื่องแกงกะทิ ตัวเครื่องแกงมี พริกแห้งดอกเล็ก พริกไทย(เล็กน้อย) หอมแดง กระเทียม ตะไคร้ และขมิ้น ตำรวมกันให้ละเอียด แต่จะไม่ใส่กะปิลงไปตำรวมด้วย โดยจะแยกกะปิไว้ต่างหากแล้วค่อยใส่ตอนแกง
ขั้นตอนการทำ เริ่มจากแกงเนื้อกับหางกะทิที่ละลายเครื่องแกงจนเนื้อสุกก่อน จากนั้นจึงใส่มะเดื่อลงไป
เมื่อมะเดื่อสุกดีแล้วค่อยใส่หัวกะทิ แล้วปรุงรสด้วยเกลือ น้ำตาล และผงปรุงรส การใส่หัวกะทิตอนท้ายจะทำให้น้ำแกงมีสีเหลืองสวย คุณป้าจำเนียนเล่าสูตรอาหารให้ฟังขณะพวกเรายืนอยู่ใต้ต้นมะเดื่อสูงใหญ่ ที่มีลูกสุกสีส้มสีแดงมองดูสวยงาม ห่างไปจากจุดนี้ประมาณหนึ่งร้อยเมตรมีอีกต้นหนึ่ง ผมจึงลองเก็บลูกมาด้วย แต่พอเดินกลับมาป้าๆ ยายๆ บอกว่าลูกใหญ่ขนาดนี้มีแมลงแล้ว แกงไม่ได้ คือเรามองว่ายังเล็กๆ สุดท้ายเลยต้องทิ้งไว้ใต้ต้นไม้แถวน้้น




เราออกสำรวจต่อตามจุดต่างๆ เจอต้นมะเดื่อที่มีลูกใหญ่บ้าง กำลังออกดอกบ้าง จนกระทั่งถึงจุดสุดท้ายในเขตตำบลมะม่วงสองต้น เจอต้นมะเดื่อที่มีลูกเล็กๆ คุณน้าเจ้าของบ้านบอกว่า “เอาไปกินได้นะ” พร้อมกับหยิบถุงมาให้ ผมเลยเก็บกลับมาทำแกงกินดู แกบอกว่าตัวแกเองก็กินไม่เป็นเหมือนกัน จริงๆ แล้วแต่ละจุดที่ไปสำรวจ พอผมลองถามคนคอนถึงเรื่องการกินมะเดื่อ บางคนบอกว่ากินแค่เป็นผักเหนาะอย่างเดียว ไม่เคยนำมาแกงก็มี จึงก็น่าสนใจว่าเรื่องวิถีการกินนี้ เป็นความรู้ที่อาจต้องอาศัยการพากินพาทำอยู่เหมือนกัน..
สำหรับเจ้าลูกเดื่อนี้ คุณป้าจำเนียนให้คำแนะนำในการเตรียมว่า ต้องผ่าครึ่งเพื่อเช็กให้แน่ใจว่าไม่มีแมลงอยู่ข้างใน จากนั้นนำไปแช่น้ำเกลือเพื่อล้างยางออก แล้วจึงล้างน้ำเปล่าให้สะอาดซึ่งผมก็ทำตามขั้นตอนดังกล่าวทุกประการ


เมื่อเตรียมวัตถุดิบพร้อมแล้ว ก็ตั้งหางกะทิพอเดือด ละลายเครื่องแกงและกะปิลงไป ใส่เนื้อวัวลงไปเคี่ยวจนสุก ตามด้วยมะเดื่อ พอเดื่อสุกดีจึงใส่หัวกะทิแล้วปรุงรสด้วยเกลือตามชอบ การแกงครั้งนี้ผมทำปริมาณน้อยๆ กะว่าจะลองชิมดู เพราะไม่เคยกินมะเดื่อสดแบบนี้มาก่อน เคยกินแต่แบบอบแห้งที่ญาติซื้อกลับมาเป็นของฝากจากซาอุดีอาระเบียเมื่อครั้งไปทำฮัจญ์ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเป็นมะเดื่อพันธุ์เดียวกันไหม เพราะมะเดื่อนั้นมีหลากหลายสายพันธุ์เหลือเกิน
แกงกะทิมะเดื่อถ้วยนี้ จากที่ได้ลิ้มลองรสชาติพบว่า ตัวมะเดื่อมีความมัน ไร้กลิ่นเหม็นเขียว ส่วนเนื้อสัมผัสผมรู้สึกว่าคล้ายกับถั่วฝักยาว ไม่รู้ว่าประสาทรับรสของตัวเองเข้าใจถูกต้องไหมนะครับ แต่การเดินทางครั้งนี้ทำให้ได้เห็นวิถีการกินผักของคนนครศรีธรรมราชที่น่าสนใจ ว่ามะเดื่อหรือลูกเดื่อยังคงนิยมกินกันอยู่ในหมู่คนคอนแถบที่ไปสำรวจนี้
เผยแพร่ครั้งเเรกใน – https://www.facebook.com/share/p/1cD6A3pK7o/