
เช้าวันอาทิตย์ ตลาดท่าแพคึกคักเป็นพิเศษ พ่อค้าแม่ค้าพาสินค้ามาวางขายละลานตา ช่วงนี้ผมเน้นกินผักเพื่อสุขภาพ(ลดพุง555) จึงตั้งใจมาหาผักพื้นบ้านที่ไม่เคยทาน ตลาดแห่งนี้ไม่ทำให้ผิดหวัง ผักหลากหลายชนิดวางเรียงรายให้เลือกซื้ออย่างเพลิดเพลิน เดินไปจนสุดตลาด ผมสะดุดตากับร้านขายผักเล็กๆ สามร้านของแม่ค้ามุสลิม ที่พูดภาษาไทยภาคกลางอย่างไพเราะ ส่วนใหญ่คือผักที่รู้จักและมีผักแปลกตาชนิดหนึ่งวางขายมัดละ 5 บาท มัดใหญ่จนน่าแปลกใจ “เวาะ” (คุณป้า) คนขายบอกว่ามันคือ “ขี้เหล็กหวาน”
ได้ยินชื่อก็ชวนสงสัย เพราะทั้งชีวิตรู้จักแต่ขี้เหล็กขมผมเชื่อว่าหลายคนน่าจะเหมือนกับผม รูปร่างใบของขี้เหล็กหวานคล้ายขี้เหล็กขมมาก กลิ่นเหมือนกันแต่บางเบากว่า เวาะบอกว่าปลูกในสวนปลอดสารพิษ นำมาจากบ้านคลองใหม่ ตำบลท่างิ้ว ด้วยความที่แกพูดภาษาไทยกลาง ผมจึงถามต่อว่าย้ายมาจากโซนปากพญาใช่ไหม เพราะย่านนั้นพูดกลางกันเป็นปกติ เสียงของ “โต๊ะจู” หญิงสูงอายุอีกท่านแทรกขึ้นพร้อมรอยยิ้มว่า คนคลองใหม่เดิมย้ายมาจากปากพญานั่นแหละ ย้ายมาตั้งแต่แกอายุ 3 ขวบ จนตอนนี้ 63 ขวบแล้ว บทสนทนาสั้นๆ เรียกเสียงหัวเราะร่วมกันอย่างเป็นกันเอง



ผมไม่พลาดที่จะอุดหนุนขี้เหล็กหวานกลับมา พร้อมสูตรอาหารที่เวาะแนะนำ ไม่ว่าจะลวกจิ้มน้ำพริก ทำแกงเลียงเคยเกลือ หรือแกงกะทิ ก็อร่อยทั้งสิ้น แต่ผมเลือกทำ “แกงเลียงเคยเกลือ” เมนูแบบง่ายๆวัตถุดิบน้อยอย่างเหมือนชื่อเรียก









ขั้นตอนเริ่มจากเด็ดใบขี้เหล็กหวานล้างให้สะอาด ย่างปลาทูในหม้ออบลมร้อนจนสุกเกรียม แล้วนำมาโขลกรวมกับเกลือหวานจากปัตานีและกะปิในครกจนผสมกันเนื้อปลาทูนุ่มฟู แกงเลียงเคยเกลือสูตรของเวาะใส่เพียงเคย (กะปิ) กับเกลือก็อร่อยแล้ว ตามที่แก่บอกมา แต่ผมอยากได้ความหวานมันจากเนื้อปลาด้วยจึงใส่เพิ่มเข้าไป ตั้งเตาต้มน้ำพอน้ำเดือดพล่านจึงใส่เครื่องแกงเลียงลงไปตามด้วยใบขี้เหล็กหวาน คนให้เข้ากันจนเดือดอีกรอบ
รสชาติน้ำแกงที่ได้กลมกล่อม เค็มมันจากเนื้อปลา และมีรสหวานจากใบขี้เหล็กหวานตามชื่อ ส่วนกลิ่นเขียวฉุนแบบขี้เหล็กขมนั้นไม่มีเลย

ขี้เหล็กหวานกลายเป็นผักชนิดใหม่ที่ผมเพิ่งได้รู้จัก โลกของวัตถุดิบอาหารจากผักช่างกว้างใหญ่และมีสิ่งใหม่ให้ค้นหาเสมอ นี่คือเสน่ห์ที่ทำให้ผมตกหลุมรักการเดินตลาดนัด และแน่นอนว่า … วันอาทิตย์หน้าผมจะกลับไปอีกครั้ง
เผยแพร่ครั้งแรกใน – https://www.facebook.com/share/p/1ErEjMQEMH/