“สายน้ำและเส้นแป้ง: หนุนบวดยี่ซั่วกับบทบันทึกความลื่นไหลในวิถีการกินแห่งลุ่มน้ำอู่ตะเภา”

ในถ้วยขนมหวานสีนวลสะอาดตาที่มีกลิ่นหอมของกะทิและขนุนสุกอบอวล ไม่เพียงแต่บรรจุรสชาติอันละเมียดละไมของคนแขกสงขลาที่บ้านควน ตำบลคูเต่า อำเภอหาดใหญ่ ไว้เท่านั้น แต่หากพิจารณาให้ลึกซึ้ง ขนมถ้วยนี้คือบันทึกทางประวัติศาสตร์ที่บอกเล่าเรื่องราวการหยิบยืมและผสมผสานทางวัฒนธรรมระหว่าง “คนแขก” และ “คนจีน” แห่งลุ่มน้ำคลองอู่ตะเภาได้อย่างเป็นรูปธรรม
จากตลาดหาดใหญ่สู่ครัวบ้านควน_ปลายน้ำหาดใหญ่
บ้านควน ตำบลคูเต่า อำเภอหาดใหญ่ ตั้งอยู่บริเวณปลายน้ำห่างจากตัวเมืองหาดใหญ่(หน้าหอนาฬิกา) เพียง 15 กิโลเมตร ระยะทางเพียงชั่วเคี้ยวหมากแหลกนี้เองที่เป็นเส้นทางสายเศรษฐกิจสำคัญที่เชื่อมโยงวิถีชีวิตชาวบ้านควนเข้ากับย่านการค้าของชาวจีน พี่น้องคนแขกจากตำบลคูเต่า นำสินค้าจากวิถีประมงเข้าไปวางขายในตลาด และขากลับพวกเขาก็หยิบเอา “วัตถุดิบ” แปลกใหม่จากร้านรวงของชาวจีนติดมือกลับมาด้วย…
หนึ่งในวัตถุดิบที่เป็นหัวใจสำคัญของเรื่องนี้คือ “ยี่ซั่ว” เส้นแป้งสีขาวที่มีรสเค็มนำ อันเป็นเอกลักษณ์สำคัญที่เปลี่ยน “ขนุนบวช” ธรรมดาให้กลายเป็น “หนุนบวชยี่ซั่ว” ที่มีรสสัมผัสพิเศษ
“ยี่ซั่ว” ร่องรอยภาษาและวัฒนธรรมจีน
คำว่า “ยี่ซั่ว” ที่คนแขกสงขลาบ้านควนเรียกขานกันจนติดปากนั้น ผู้เขียนเชื่อว่าคงเรียกเพี้ยนมาจาก “หมี่ซั่ว” ในภาษาจีนฮกเกี้ยน? พี่ Techatorn Tanrattanapong (โปรดชี้เเนะที่มา)
ในครัวของคนแขกสงขลาบ้านควน ยี่ซั่ว ถูกนำมาเป็นส่วนประกอบสำคัญในขนมหวานรสเลิศ โดยก่อนนำไปปรุงจะต้องผ่านกรรมวิธีล้างความเค็มออกเสียก่อน เพื่อให้เหลือเพียงเนื้อสัมผัสที่เหนียวนุ่มและรสเค็มปะแล่มที่ช่วยชูรสหวานของกะทิให้โดดเด่นขึ้น…
ความลื่นไหลทางรสชาติ : เมื่อขนุนพบกับยี่ซัว
“หนุนบวดยี่ซั่ว” คือการนำขนุนสุกที่หาได้ง่ายในท้องถิ่นมาต้มกับน้ำกะทิและน้ำตาลตามแบบฉบับขนมแกงบวดแต่ความพิเศษอยู่ที่การใส่เส้นยี่ซั่วลงไปรวมอยู่ด้วย นอกจากขนุนแล้ว ชาวบ้านยังนิยมใช้กล้วยน้ำว้าหรือกล้วยไข่มาบวด(บวช)ในลักษณะเดียวกัน ซึ่งวัฒนธรรมการกินนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่เพียงในคูเต่า ผมยังพบร่องรอยความอร่อยนี้ข้ามฝั่งทะเลสาบสงขลาตอนล่างไปยังชุมชนท่าเสา ตำบลสทิงหม้อ อำเภอสิงหนคร สะท้อนให้เห็นว่าเส้นทางของยี่ซั่วนั้นไหลเวียนไปทั่วลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา
บทสรุป : อาหารในฐานะสะพานเชื่อมใจ
เรื่องราวของหนุนบวชยี่ซั่วจึงไม่ใช่เพียงเรื่องของสูตรอาหาร แต่มันคือหลักฐานที่ยืนยันว่า “อาหารไม่มีพรมแดน” พื้นที่ที่ผู้คนหลากหลายกลุ่มอยู่ร่วมกัน วัตถุดิบและวิถีการกินจะเกิดการแลกเปลี่ยน แปลกรับ และปรับเปลี่ยนอย่างลื่นไหล
คนแขกไม่ได้ผลิตยี่ซั่วเอง แต่เลือกที่จะหยิบเอา “ความเป็นจีน” มาปรุงผสมกับ “ความเป็นถิ่น” จนเกิดเป็นรสชาติใหม่ที่เป็นเอกลักษณ์ ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลง หนุนบวชยี่ซั่วยังคงทำหน้าที่บอกเล่าเรื่องราวของผู้คนเบื้องหลัง ความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นระหว่างกลุ่มวัฒนธรรม และความรุ่มรวยของภูมิปัญญาอาหารลุ่มน้ำคลองอู่ตะเภาที่ไม่มีวันจางหาย

เผยแพร่ครั้งเเรกใน – https://www.facebook.com/share/p/1Er9sSdqhU/

สามารถ สาเร็ม

คนแขกลุ่มทะเลสาบ ที่ชอบตามหาของแปลก ๆ ตามตลาดนัด

ใส่ความเห็น