
เมื่อพระเจ้าทุศคามมุนีกษัตริย์ลังกาทรงสร้างเจดีย์บรรจุพระทันตธาตุแล้วเสร็จ ทรงระลึกถึงหาดทรายแก้วอันพระนางเหมชาลา และเจ้าชายทนธกุมาร เคยประดิษฐานพระทันตธาตุไว้ว่า เป็นมงคลสถาน ควรที่จะหาพระบรมธาตุกลับไปประดิษฐานไว้ ทรงทราบว่ายังมีพระบรมธาตุส่วนหนึ่งที่พวกนาคได้นำไปไว้ในกรุงนาคา ทรงให้หาสามเณรผู้สำเร็จเป็นอรหันต์ให้ช่วยไปนำพระบรมธาตุนั้นกลับขึ้นมา
เมื่อสามเณรลงไปยังบาดาลแล้วแจ้งเรื่องราวแก่ท้าวนาคี ท้าวนาคีก็บอกแก่สามเณรว่าพระบรมธาตุที่ต้องการนั้นได้สาปสูญไปนานแล้ว พลางออกอุบายให้นาคผู้เป็นหลานเร่งนำพระบรมธาตุที่มีไปซ่อนให้ไกลจากสามเณรนั้น นาคผู้หลานก็คิดวิธีซ่อน โดยกลืนพระบรมธาตุลงไปในท้อง แล้วไปหลบซ่อนที่ซอกเขาแห่งหนึ่งในเมืองบาดาล
สามเณรผู้เป็นอรหันต์รู้ด้วยทิพยญาณถึงเรื่องราวทั้งหมด ก็รอจังหวะนาคผู้หลานนั้นหลับ ลอบเข้าไปล้วงเอาพระบรมธาตุออกจากท้องนาค แล้วเชิญกลับขึ้นมาถวายพระเจ้าทุศคามมุนีกษัตริย์ลังกา
๏ บัดนี้ท้าวนาคี ตอบคดีตามข้อการ
พระธาตุสูญไปนาน หาไม่ท่านมีที่ไหน
๏ แล้วจึงคิดอุบาย ให้หลายชายพาเอาไป
ซ่อนธาตุพระบาทไซร้ อมไว้ในท้องเถิดหนา
๏ ซ่อนไว้ให้ลับเนตร ไม่สังเกตรู้ที่หา
ว่าแล้วก็แคล้วคลา หลานชายพาพระธาตุไป
๏ ซ่อนไว้ใต้พระเมรุ จึงเจ้าเณรเล็งเห็นไว
แม่นแท้แน่แก่ใจ จึงตามไปด้วยฤทธา…
๏ เจ้าเณรส่งธาตุให้ แก่ท่านไท้เจ้าลังกา
แล้วไปส่อรัญญา ที่ยิกาในอาราม…
ฝ่ายพวกนาครู้หว่าพระบรมธาตุที่พวกตนครองอยู่ถูกสามเณรเอาไปเสียแล้วก็ต่างเศร้าเสียใจ ท้าวนาคีจึงขึ้นจากบาดาลมาเฝ้าพระเจ้าทุศคามมุนีกษัตริย์ลังกาขอพระบรมธาตุคืน พระเจ้าทุศคามมุนีทรงแบ่งพระบรมธาตุบางส่วนกลับคืนให้นาคนำลงไปบูชายังบาดาล