ฉากที่ ๑๕ ดำริเรื่องวิธีการประดิษฐานพระบรมธาตุ

    พระเจ้าทุศคามมุนีกษัตริย์ลังกา ครั้นได้พระบรมธาตุมาแล้วก็หารือกับเหล่าปราชญ์ถึงวิธีการประดิษฐานพระบรมธาตุลงที่หาดทรายแก้ว ได้ความตกลงกันว่า จะให้ประดิษฐานพระบรมธาตุไว้ในผอบทอง ให้ช่างทำสำเภาทองยาวหนึ่งศอก กว้างหนึ่งคืบ เอาผอบพระบรมธาตุใส่ลงในสำเภานั้น แล้วจึงเอาสำเภาทองนั้นลอยลงในแม่ขันใหญ่ซึ่งเทพิษของท้าวนาคาใส่ลงไปไว้ แม่ขันนั้นใหญ่ขนาด ๓๐ คนหาม พร้อมทั้งให้เตรียมทองคำสี่ตุ่มสำหรับจะได้ฝังร่วมกับพระบรมธาตุเป็นพุทธบูชา เมื่อสิ่งของทั้งหลายพร้อมสรรพแล้วก็จัดลงในเรือกำปั่นใหญ่ ให้พระนางเหมชาลา และเจ้าชายทนธกุมารนำไปประดิษฐานยังหาดทรายแก้วในตำแหน่งที่เจ้าชายทนธกุมารได้เคยฝังพระทันตธาตุไว้

    ในการนั้นพระเจ้าทุศคามมุนีกษัตริย์ลังกา ยังได้เขียนพระราชสาส์นถึงพระยาเหมมัน และกษัตริย์ทั้ง ๔ ที่ยึดครองเมืองทนทบุรีอยู่ ให้รับเอาพระนางเหมชาลา และเจ้าชายทนธกุมารกลับคืนไปประทับยังนครทนทบุรีนั้น ให้อภิบาลรักษาทั้งสองพระองค์ให้มีความสุขสวัสดี หากไม่เป็นไปตามคำนี้แล้ว พระยาเหมมัน และกษัตริย์ทั้ง ๔ ก็จะถือว่าบาดหมางกับกษัตริย์ลังกา

๏ ทั้งหลายฟังความ คิดพร้อมยอมตาม

คำท้าวปรึกษา ให้หาช่างตี สำเภาทองมา

ยาวนั้นท่านวา ศอกหนึ่งบุรุษ

๏ กว้างคืบหนึ่งนั้น แล้วเอาแม่ขัน

รองธาตุพระพุทธ สำเภาลอยใน ใส่น้ำบริสุทธิ์

สามสิบบุรุษ หามแม่ขันใหญ่

๏ ผอบทองรอบบาท เอาใส่พระธาตุ

เห็นงามประไพ แล้วแต่งกำปั่น สกรรจ์กว้างใหญ่

ครบเพลาเสาใบ ปากเจ็ดวาสกรรจ์

๏ บรรทุกอิฐปูน สินค้ามากมูล

อีกทั้งน้ำมัน น้ำอ้อยน้ำตาล ตระกาลทุกอัน

เงินตรารางวัล มากมายหนักหนา

๏ แม่ขันบัณฑิต ท้าวใส่น้ำพิษ

ท่านท้าวนาคา แล้วแต่งราชครู รู้เวทคาถา

ทองสี่ตุ่มมา สำหรับพระไตร

๏ แต่งลิขิตสาร มาถึงอวตาร

กษัตริย์ผู้ใหญ่ ทั้งห้าพระองค์ จำนงนึกใฝ่

เราจะขอฝากไป เจ้าทนธกุมาร

๏ นางเหมชาลา บุตรเจ้าพารา

ผู้ถึงแก่กาล ได้ทำความชอบ ประกอบบ่นาน

เราขอแก่ท่าน อย่าได้ราวี

ใส่ความเห็น