ร่องรอยความกลัว น้ำตา ที่ริมขอบทะเลสาบ : ความเงียบเหงาปลายน้ำหาดใหญ่

พี่น้องบ้านเกาะนก ตำบลคูเต่า อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา กับตู้เย็นที่ยกหนีน้ำ

บ้านเกาะนก ตำบลคูเต่า อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา หมู่บ้านที่ตั้งอยู่ริมคลองอู่ตะเภาในละแวกที่ใกล้ชิดกับทะเลสาบสงขลาที่สุดทางทิศตะวันตกนี้ ไม่เพียงแต่เป็นจุดบรรจบของปากคลองกับปากเลสาบฯ แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ที่เคยถูกบันทึกไว้ใน “ชีวิวัฒน์” บันทึกการเดินทางสมัยรัชกาลที่ 5

วันนี้คลองอู่ตะเภาสายเดิมได้นำพาพวกเรากลับมาอีกครั้ง ไม่ใช่เพื่อรำลึกถึงอดีต แต่เพื่อร่วมแบ่งปันความทุกข์กับพี่น้องชาวบ้านผู้ประสบภัยจากภาวะน้ำท่วมระดับมหาพิบัติที่หาดใหญ่_รอบทะเลสาบสงขลา

แบ ดนัย โต๊ะเจ เดินทางจากถนนนางาม ตำบลบ่อยาง อำเภอเมืองสงขลาพร้อมกับสิ่งของบรรเทาทุกข์ มาที่หมู่บ้านแรกคือ บ้านควน มีผมรอเจออยู่แล้ว มอบของที่นี่เสร็จ ผมชักชวนกันไปเยี่ยมเยียนพี่น้องในชุมชนอื่น ๆ ที่ได้รับผลกระทบไม่แพ้กัน

แหลมโพธิ์

จุดหมายแรกของเราคือชายทะเล แหลมโพธิ์ ทันทีที่ไปถึง ภาพที่เห็นคือเจ้าของร้านอาหารกำลังช่วยกันทำความสะอาดอย่างเงียบงันและเหนื่อยล้า หญิงผู้เป็นเจ้าของร้านเล่าว่า เขาติดอยู่ที่นี่ถึงสามวันเต็ม ๆ ต้องจำยอมนอนบนรถกระบะคู่ชีพ ก่อนจะต้านทานไม่ไหวในวันที่สี่ จนต้องให้ญาติใช้เรือมารับออกไป

น้ำในทะเลสาบสงขลายังคงสูงกว่าปกติอย่างน่าใจหาย เราเดินชมร่องรอยความเสียหายริมทะเลสาบสงขลา แบดนัย โต๊ะเจ มอบขนม นม ให้แก่คุณน้าและพี่ ๆ ที่แหลมโพธิ์ เพื่อเป็นกำลังใจเล็ก ๆ น้อย ๆ ก่อนที่เราจะออกเดินทางต่อไปยัง

บ้านเกาะนก เมื่อมาถึง บ้านเกาะนก เราพบพี่สาวคนหนึ่งกำลังนั่งล้างสิ่งของอยู่หน้าบ้าน มีคุณน้าท่านหนึ่งเดินออกมาทักทาย แบรีบมอบขนมให้พวกท่านได้กินคลายหิว ก่อนจะเอ่ยถามถึงสถานการณ์การอพยพ

“พี่สาว” ชี้ไปยังบ้านสองชั้นที่ตั้งอยู่ไม่ไกล เล่าว่าในช่วงน้ำท่วมมีถึง 15 ครอบครัว เข้าไปอยู่รวมกันที่นั่น เราขับรถต่อไปและได้แวะพูดคุยกับคุณน้าท่านหนึ่ง ท่านชี้ไปยังบ้านตรงข้ามที่พี่น้องของท่านอพยพไปรวมตัวกัน บ้านหลังนั้นเป็นบ้านชั้นเดียวแต่ถูกถมดินให้สูงกว่าปกติอย่างมาก และเป็นที่น่าตกใจว่า บ้านหลังนี้เป็นที่พักพิงให้กับผู้คนถึง 30 ชีวิต น้ำได้เข้าท่วมบ้านจนทุกคนต้องนั่งอยู่บนเก้าอี้เพื่อหนีน้ำ

สิ่งที่ทำให้การเยี่ยมเยียนครั้งนี้มีความพิเศษคือ เจ้าของบ้านหลังนี้ป้ามน แม่ของท่านเป็น “เกลอ” (เพื่อนรัก/เพื่อนสนิท) กับมะแก่ของผม การเดินทางมาครั้งนี้จึงไม่ต่างอะไรกับการมาเยี่ยมเยียนและสอบถามสารทุกข์สุกดิบของญาติสนิทมิตรสหาย ท่านเล่าด้วยความตกใจว่า “เกิดมาน้ำไม่เคยขึ้นถึงตัวบ้าน เคยขึ้นแค่ถนนหน้าบ้านเท่านั้น” แสดงให้เห็นว่าน้ำท่วมครั้งนี้เป็นเหตุการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในความทรงจำของผู้คนในชุมชน

เจ็ดวันเจ็ดคืนบนผืนน้ำความทรหดของคุณยายวัย 64 ปี

เราขับรถลึกเข้าไปในซอยของบ้านเกาะนก และได้พบกับคุณยายท่านหนึ่งที่เดินอยู่บริเวณบ้าน ท่านเล่าเรื่องราวที่น่าประทับใจและสะเทือนใจในคราวเดียวกันให้เราฟังว่า ท่านต้อง นอนในเรือถึงเจ็ดวันเจ็ดคืน เมื่อน้ำสูงก็พายเรือออกจากบ้านไปจอดใต้ชายคาบ้านเพื่อน เพราะเครื่องเรือติดหลังคาจะทำให้เรือจมได้ต้องพายออก

เมื่อถามถึงเรื่องอาหารการกิน คุณยายวัย 64 ปีเล่าว่า ท่านใช้ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ (บัตรประชารัฐ) ไปซื้ออาหารไว้ และได้รับความช่วยเหลือจากเพื่อนบ้านใจดีที่ล่องเรือนำปลามาให้แบ่งปันกัน ท่านและคนในครอบครัวรวมสามคน ต้องใช้ชีวิตนอนและกินบนเรือหางยาวที่ในยามปกติใช้สำหรับหากินในทะเลสาบสงขลาเท่านั้น

คุณยายกล่าวเน้นย้ำว่า “เกิดมาไม่เคยเจอน้ำสูงขนาดนี้” และเล่าเสริมว่า แม้แต่คนอายุ 90 ปี ในหมู่บ้านก็ยังไม่เคยประสบภัยน้ำท่วมใหญ่ขนาดนี้มาก่อน

การเดินทางในวันนี้จบลงด้วยการส่งมอบความช่วยเหลือ แบได้มอบ ขนม นม และเครื่องครัว ให้แก่พี่น้องในพื้นที่ บ้านควน แหลมโพธิ์ และเกาะนก

เหตุการณ์น้ำท่วมครั้งนี้ได้สร้างบาดแผลทางกายภาพที่ต้องใช้เวลาเยียวยา แต่เหนือสิ่งอื่นใด มันได้เผยให้เห็นถึงจิตวิญญาณของการให้และการช่วยเหลือซึ่งกันและกันของคนในชุมชนที่ตั้งอยู่ปลายน้ำคลองอู่ตะเภาและพี่น้องต่างหมู่บ้านที่ลั่งไหลมาช่วยกัน เหมือนกับแบ ที่ขับรถจากในเมืองบ่อยางถนนนางงามลัดเลาะมาบนถนนริมขอบทะเลสาบ…มาจยถึงพี่น้องที่ปลายน้ำคลองอู่ตะเภา_ปลายน้ำหาดใหญ่…ริมทะเลสาบสงขลาตอนล่างที่ตำบลคูเต่า อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา

เผยแพร่ครั้งแรกใน – https://www.facebook.com/share/p/1AUWer6mW2/

สามารถ สาเร็ม

คนแขกลุ่มทะเลสาบ ที่ชอบตามหาของแปลก ๆ ตามตลาดนัด

ใส่ความเห็น