พลัดพรากมากับน้ำ : ความหวังความมั่งคงทางอาหารที่ปลายน้ำหาดใหญ่_ลุ่มน้ำอู่ตะเภาตอนล่าง

มหาภัยพิบัติน้ำท่วมใหญ่หาดใหญ่รอบนี้เป็นอีกครั้งที่บททดสอบแห่งสายน้ำมาเยือน เราผู้เป็นคนปลายน้ำหาดหาดใหญ่ ตั้งอยู่ริมคลองอู่ตะเภาและพิงอยู่กับทะเลสาบสงขลาตอนล่าง จึงต้องเผชิญกับน้ำท่วมเช่นเคยเหมือนทุกปี ทว่าปีนี้หนักหนาสาหัสจริงๆ มวลน้ำเกือบทั้งหมดที่ไหลผ่านตัวเมืองหาดใหญ่ได้ทะลักผ่านหมู่บ้านของเรา พืชพรรณธัญญาหารและพืชผักที่ปลูกไว้ต่างจมน้ำตายและถูกกระแสน้ำอันเชี่ยวกรากพัดพาหายไปจนหมดสิ้น

หลังจากน้ำลดในหมู่บ้านแล้ว ที่ท้ายหมู่บ้านยังคงมีป่าเสม็ด ซึ่งเป็นพื้นที่ลุ่มที่น้ำท่วมขังไปอีกหลายวันหรือเป็นเดือนๆ พี่น้องในหมู่บ้านต่างก็ออกมาหาปลากันเพื่อประทังชีวิตและสร้างความหวังใหม่ให้ครอบครัว

วันนี้ผมติดตาม “วะ” (ลุง,พี่ชายมะ) มาวาง “กัด” (ดักอวน) หลานชายของวะก็ตามมาด้วย ขณะที่เรากำลังเดินลุยน้ำตื้นๆ ริมชายป่าเสม็ดที่เริ่มสงบ เสียงร้องดีใจของหลานก็ดังขึ้นอย่างไม่คาดฝัน

“เอาะดิบว่าบอน_เอาไปให้มะแก่เสาะหวา” (โชนหรือบอน…เอากลับไปฝากคุณยายดีกว่า)

มือเล็กๆ ชี้ไปยังพืชผักที่ลอยมาติดอยู่ริมชายป่า มันคือผักที่คุ้นตาแต่ในความสับสนของเด็กอาจจะยังบอกไม่ได้ชัดว่าเป็นชนิดใด ทว่าที่แน่ๆ คือมันเป็นผักที่ “กินได้แน่นอน” พืชชนิดนี้หลุดรอดจากการถูกพัดพาไปกับกระแสน้ำ ได้ลอยคอและมาเกยตื้นอยู่ ณ ที่แห่งนี้

ในยามที่ผืนดินและสวนผักได้รับความเสียหายจนหมดสิ้น พืชผักที่ลอยมาติดริมป่าเสม็ดนี้จึงเปรียบเสมือน “ของขวัญ” จากพระเจ้า(โต๊ะวัน)ที่มาพร้อมกับมหาอุทกภัย

หลานชายรีบเก็บผักต้นนี้ด้วยความตั้งใจที่จะนำกลับไปให้คุณยายได้ปลูกขยายพันธุ์ต่อไป…วะยืนยันคือ เอาะดิบ(โชน) การค้นพบเล็กๆ น้อยๆ นี้ ไม่ใช่เพียงแค่การได้อาหารมื้อต่อไป แต่คือการหยิบยื่นเมล็ดพันธุ์แห่งความหวังและการเริ่มต้นใหม่ให้กับครัวเรือน เป็นการฟื้นฟู “ความมั่งคงทางอาหาร” ในระดับชุมชน ที่ต้องพึ่งพาตนเอง(เพราะรัฐพึ่งพาไม่ได้หรือมาไม่ถึงเรา!!?)และรู้จักปรับตัวอยู่ร่วมกับวัฏจักรของสายน้ำและผืนป่าเสม็ดที่โอบอุ้มชีวิตริมคลองอู่ตะเภาแห่งนี้…

เผยแพร่ครั้งแรกใน – https://www.facebook.com/share/p/1F44LVdeFa/

สามารถ สาเร็ม

คนแขกลุ่มทะเลสาบ ที่ชอบตามหาของแปลก ๆ ตามตลาดนัด

ใส่ความเห็น