คลองอู่ตะเภา: เส้นเลือดใหญ่หรือถังขยะของเมืองหาดใหญ่?

สถานการณ์น้ำในคลองอู่ตะเภาช่วงปลายน้ำอาจเข้าขั้นวิกฤตอีกครั้ง หลังเกิดฝนตกหนักในเขตเทศบาลนครหาดใหญ่และพื้นที่เหนือลุ่มน้ำเมื่อค่ำวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 ประชาชนในพื้นที่ตำบลคูเต่าพบเห็นน้ำในคลองเปลี่ยนเป็นสีดำและส่งกลิ่นเหม็นรุนแรง

https://www.facebook.com/share/r/1TMeca32dF/

https://www.facebook.com/share/r/1BcHETtbFh/?mibextid=wwXIfr

.

https://www.facebook.com/share/r/19ZpxibWmN

เช้าวันที่ 16 กรกฎาคม 2569 “นิเวศวิทยาวัฒนธรรมลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา” ร่วมกับธนทร แก้วอนุรักษ์ ผู้ช่วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร วศ.ธนทร แก้วอนุรักษ์วศ.ธนทร แก้วอนุรักษ์-Thanatorn kaewanurak

ลงพื้นที่สำรวจตั้งแต่บ้านควน วัดคูเต่า วัดนารังนก จนถึงบริเวณคลองแห พบปลาจำนวนมากลอยคอเพื่อหายใจบนผิวน้ำ บางจุดมีปลาตายประปราย โดยเฉพาะบริเวณใกล้บ่อรวมน้ำเสียของเทศบาลนครหาดใหญ่ พบน้ำสีดำขุ่นและเกิดฟองอากาศ

ธนทรให้ข้อมูลว่า บริเวณคลองแหเป็นจุดรวมน้ำเสียจากเขตเทศบาลนครหาดใหญ่เพื่อแยกกากก่อนส่งต่อไปยังบ่อบำบัดในตำบลน้ำน้อยและตำบลคูเต่า ทว่าปัจจุบันเครื่องสูบน้ำชำรุดและอยู่ระหว่างรอการจัดซื้ออุปกรณ์ทดแทน ส่งผลให้เมื่อมีฝนตกหนัก บ่อบำบัดจึงใช้วิธีปล่อยน้ำที่ยังไม่ผ่านการบำบัดลงสู่คลองแหโดยตรง ก่อนไหลลงสู่ปลายคลองอู่ตะเภา ออกสู่ทะเลสาบสงขลาตอนล่าง และออกสู่ทะเลอ่าวไทยตามลำดับ

การกระทำดังกล่าวส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบนิเวศและวิถีชีวิตของประชาชนปลายน้ำที่ยังต้องพึ่งพาคลองอู่ตะเภาในการทำมาหากิน ทั้งการประมงพื้นบ้านในคลองออู่ตะเภาและในทะเลสาบสงขาตอนล่าง

น้ำเสียที่ปราศจากการบำบัดจึงเปรียบเสมือนการทำลายแหล่งรายได้ของคนในท้องถิ่น

ข้อเรียกร้องสำคัญจากผู้ได้รับผลกระทบคือ ขอให้เทศบาลนครหาดเร่งกระบวนการจัดซื้ออุปกรณ์เพื่อซ่อมแซมระบบบำบัดน้ำเสียโดยเร็วที่สุด เพื่อหยุดยั้งการใช้คลองอู่ตะเภาเป็นเพียงช่องทางระบายน้ำเสียและน้ำท่วมขัง แต่ควรคืนสถานะให้สายน้ำแห่งนี้เป็นแหล่งทรัพยากรที่หล่อเลี้ยงชีวิตของประชาชนทุกคนอย่างยั่งยืน หมายเหตุ คุณธนทร แก้วนุรักษ์ ได้ส่งข้อมูลเพิ่มเติมมาแจ้งว่า “ผมคุยกับ ปลัดแป้น แล้ว เมื่อสักครู่ ปั๊มสูบน้ำเสีย/ที่เสียอยู่ จะแล้วเสร็จ เดือนกันยายน 69”

เผยแพร่ครั้งเเรกใน – https://www.facebook.com/share/p/1QsBSen8E6/

สามารถ สาเร็ม

คนแขกลุ่มทะเลสาบ ที่ชอบตามหาของแปลก ๆ ตามตลาดนัด

ใส่ความเห็น