เสียงที่หล่นหายใต้เงาเขาบรรทัด : ปากคำคนต้นน้ำหลังมวลน้ำพฤศจิกายน 2568

ในขณะที่แสงสปอตไลท์ของสังคมและรายงานข่าวพุ่งเป้าไปที่ความเสียหายของย่านเศรษฐกิจอย่างเมืองหาดใหญ่ แต่อีกด้านหนึ่ง ณ รอยต่อของผืนป่าและหมู่บ้านเชิงเขาบรรทัด “เสียง” ของผู้คนที่นี่กลับเบาบางลงตามระยะทาง ทั้งที่พวกเขาคือกลุ่มแรกที่ปะทะกับความเกรี้ยวกราดของธรรมชาติ…

1. ร่องรอยที่ยังไม่เลือนหาย ร่องรอยของมวลน้ำปลายเดือนพฤศจิกายนไม่ได้ทิ้งไว้เพียงคราบดินโคลนบนผนังบ้าน แต่มันคือ “ทราย” มหาศาลที่ไหลบ่ามาพร้อมสายน้ำ เข้าทับถมพื้นที่ทำกินจนสภาพแวดล้อมเปลี่ยนไปในชั่วข้ามคืน พืชผลทางการเกษตรที่เคยเป็นเส้นเลือดใหญ่เลี้ยงชีพ ทั้งไม้ผลที่ล้มระเนระนาด และพืชผักสวนครัวรอบบ้านที่ยืนต้นตายสนิท กลายเป็นภาพความสูญเสียที่ไร้เสียงสะท้อน

2. เมื่อ “เหมือง” ขาด สายเลือดหล่อเลี้ยงนาจึงหยุดชะงัก ผลกระทบที่รุนแรงที่สุดประการหนึ่งคือ “ระบบเหมือง” หรือระบบจัดการน้ำแบบภูมิปัญญาชาวบ้านที่สืบทอดกันมา แรงดันและปริมาณน้ำที่มหาศาลได้ทำลายโครงสร้างการจัดการน้ำในพื้นที่ ส่งผลให้ชาวนาไม่สามารถทำนาได้เต็มพื้นที่เหมือนเดิม แม้ฝนจะหยุดตกแต่ความทุกข์ยากยังคงดำเนินต่อ เพราะต้นทุนในการฟื้นฟูระบบน้ำนั้นเกินกำลังที่คนในชุมชนจะจัดการได้โดยลำพัง…

3. ความเหลื่อมล้ำของการรับรู้ “เราโดนกันเสมอหน้า แต่มองเห็นไม่เท่ากัน” คือคำสะท้อนใจของคนในพื้นที่ ในวันที่น้ำท่วมหาดใหญ่คือข่าวด่วนระดับประเทศ แต่ในวันที่หมู่บ้านแถบเชิงถูกทรายทับถมและระบบชลประทานชุมชนพังทลาย กลับมีเพียงความเงียบสงัดและความพยายามดิ้นรนของคนในพื้นที่เพียงลำพัง…

“น้ำมาแล้วก็ไป แต่สิ่งที่เหลือไว้คือทรายที่ปลูกอะไรไม่ได้ และนาที่ไม่มีน้ำเข้าถึง คนข้างล่างอาจห่วงเรื่องทรัพย์สินในบ้าน แต่คนข้างบนอย่างเราห่วงเรื่องที่ทำกินที่เสียไปทั้งชีวิต”

บันทึกเพื่อการจดจำ

การลงพื้นที่สำรวจครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการเก็บข้อมูลความเสียหาย แต่คือการ “บันทึกเสียง” ของคนในสังคมที่เสียงไม่ดังพอ เพื่อย้ำเตือนว่าในทุกวิกฤตการณ์ธรรมชาติ มีผู้คนที่ถูกหลงลืมอยู่ชายขอบเสมอ พวกเขาคือคนต้นน้ำที่ดูแลรักษาแผ่นดินตอนในของลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา และสมควรได้รับการมองเห็นไม่น้อยไปกว่าเขตเมืองใหญ่…

1.ปากคำคนเชิงเขาบรรทัด : เมื่อน้ำผุดกลางบ้านในเดือนพฤศจิกายน 2568 https://www.facebook.com/share/1Ai2cGLQ2T/

2.ปากคำคนเชิงเขาบรรทัด : ในวันที่ห่าฝนพรากความมั่นคงทางอาหารไปจากหลังบ้าน หลังวิกฤตผ่านพ้นพฤศจิกายน 2568

https://www.facebook.com/share/p/1BikVGSfz8

3.เสียงจากเชิงเขาบรรทัด : จากคนปลายน้ำอู่ตะเภาสู่การเป็นคนป่าต้นน้ำใต้เงาเขาบรรทัด

https://www.facebook.com/share/p/15TbwoH1H3F

4. ปากคำคนเชิงเขาบรรทัด : บันทึกความทรงจำจากมวลน้ำพฤศจิกายน2568

https://www.facebook.com/share/p/1PuihrLWNH

5.หมายเหตุอกภัย2568 : บันทึกร่องรอยจากต้นน้ำคลองอู่ตะเภา

https://www.facebook.com/share/p/17rdxtdpHZ

6. รอยอดีตใต้ร่มเงาเขาบรรทัด : วิถีข้าวไร่และความทรงจำของโต๊ะหรือมะแก่

https://www.facebook.com/share/1HpqaVR8vP

7.ปากคำคนเชิงเขาบรรทัด : คนกินข้าวต้องปลูกข้าว

ลมหายใจชาวนาคลองกั่วหลังมหาภัยพิบัติพฤศจิกายน2568

https://www.facebook.com/share/p/1BvXX6Cvb6

8. ใต้เงาเขาบรรทัด ชีวิต พืชพรรณ

https://www.facebook.com/share/1A7z2VpWuz

9. เปาะข้าว – เรินข้าว : พิพิธภัณฑ์มีชีวิตแห่งบ้านคลองกั่ว

https://www.facebook.com/share/14V1ASCeoNL

10. พลังร่วมใจหลังมหาภัยพิบัติพฤศจิกายน2568 ที่กูโบร์บ้านคลองกั่วhttps://www.facebook.com/share/14VHXD2cvTN/

11. ปากคำคนเชิงเขาบรรทัด : เยี่ยมโต๊ะดารอ หบังมหาภัยพิบัติพฤศจิกายน 2568

https://www.facebook.com/share/p

/14TLfoW31k8/

12. หุงข้าวทำกับข้าวตามวิถีคนแผ่นดินตอนในลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา https://www.facebook.com/share/p/1HCcyZNyS6

13. สัมผัสรส ยอดลากลมดอง ตำรับพื้นบ้านจากมือมะแก่

https://www.facebook.com/share/p/17nXL2nD4v

14.จากดอยสู่ตีนเขา ลมหายใจในนาขั้นบันได ณ บ้านคลองกั่ว

https://www.facebook.com/share/p/1D8Eyf2yZu

ขอขอบคุณพี่ Wirat Eungpoonsawat และเพื่อนๆที่สนับสนุนค่าเดินทาง เพื่อบันทึกเสียงของผู้คนในโซนป่าเขาใต้ร่มเงาเขาบรรทัด แผ่นดินตอนในลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา พี่อาจารย์ Kua Rittiboon เพื่อนร่วมสำรวจ สู สาว เขาพระ เจ้าบ้านผู้นำพาไปเจอเสียงของพี่น้อง…

สามารถ สาเร็ม

คนแขกลุ่มทะเลสาบ ที่ชอบตามหาของแปลก ๆ ตามตลาดนัด

ใส่ความเห็น