
วิกฤติการณ์น้ำท่วมและฝนตกหนักในพื้นที่ภาคใต้เมื่อปลายเดือนพฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา ไม่เพียงแต่สร้างความเสียหายยับเยินให้กับเขตเศรษฐกิจอย่างเมืองหาดใหญ่เท่านั้น แต่เสียงครวญจาก “ต้นน้ำ” แถบเชิงเขาบรรทัด ณ บ้านคลองกั่ว ตำบลเขาพระ อำเภอรัตภูมิ จังหวัดสงขลา ก็ดังระงมไม่แพ้กัน แม้พื้นที่ส่วนใหญ่จะเป็นที่สูง แต่ปริมาณฝนมหาศาลที่ตกต่อเนื่องนานนับสิบวันได้แปรสภาพผืนดินให้กลายเป็นพื้นที่วิกฤติ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อปากท้องและความมั่นคงทางอาหารในระดับครัวเรือน
10 วันใต้ห่าฝน : เมื่อพืชผักสวนครัว “โดนลวก” ทั้งเป็น
จากการลงพื้นที่สำรวจบ้านของ นางแซมะ มรรคาเขต (โต๊ะหรือมะแก่ ย่าของผู้เขียน) หญิงชราวัย 78 ปี ผู้อยู่อาศัยในพื้นที่สูงใกล้แนวป่าเขาบรรทัด พบปรากฏการณ์ที่น่าสนใจและน่ากังวลใจในเชิงนิเวศวิทยา แม้น้ำจะไม่ได้ท่วมขังในลักษณะน้ำรอการระบายเหมือนในตัวเมือง แต่น้ำฝนที่ตกลงมาอย่างหนักหน่วงและไหลหลากผ่านหน้าดินตลอดเวลา กลับทำลายพืชผักที่ชาวบ้านปลูกไว้เพื่อยังชีพอย่างรุนแรง…(บริเวณมัสยิดบ้างคลองกั่วน้ำท่วมสูงเช่นกัน)
สภาพของพืชพรรณที่หลงเหลืออยู่มีลักษณะ “เหมือนโดนน้ำร้อนลวก” ซึ่งเกิดจากภาวะรากเน่าและพืชขาดอากาศหายใจเนื่องจากดินอิ่มตัวด้วยน้ำมากเกินไปเป็นเวลานาน..


บัญชีรายชื่อพืชพรรณ : ใครรอด ใครร่วง?
จากการสำรวจพืชผักและสมุนไพรรอบบ้านย่าแซมะ สามารถจำแนกความทนทานต่อวิกฤติภูมิอากาศ (Climate Resilience) ได้ดังนี้
กลุ่มที่ไม่รอด (ตายเกือบทั้งหมด) ส่วนใหญ่เป็นพืชล้มลุกและผักสวนครัวที่มีระบบรากตื้น ไม่ทนทานต่อสภาวะน้ำขังหรือดินแฉะจัด
เครื่องปรุงพื้นฐาน พริก, มะเขือ, ตะไคร้, ผักชีฝรั่ง
ผักสวนครัว กระเพรา, โหระพา, ต้นอึก (มะอึก)
กลุ่มที่รอดชีวิต (มีความทนทานสูง) ส่วนใหญ่เป็นพืชที่มีหัวใต้ดิน หรือไม้ผล/ไม้ยืนต้นที่มีระบบรากแข็งแรงขมิ้น, ขิง, ข่า, บอนกาหวีดำ, มันสำปะหลัง,ต้นมะม่วงเบา, มะพร้าว, กล้วย, ใบชะพลู, ผักหวาน



บทเรียนจากคลองกั่ว ความมั่นคงทางอาหารในวันที่สภาพภูมิอากาศเปลี่ยน…
สถานการณ์ที่บ้านคลองกั่วสะท้อนให้เห็นว่า “ความมั่นคงทางอาหารระดับครัวเรือน” กำลังเผชิญกับความท้าทายใหม่ ชาวบ้านที่นี่ทำอาชีพกรีดยางพาราเป็นหลัก เมื่อฝนตกหนักจนกรีดยางไม่ได้ “รายได้” จึงกลายเป็นศูนย์ทันที ในภาวะปกติ “สวนผักหลังบ้าน” คือคลังอาหารที่ช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย แต่เมื่อวิกฤติฝนปี 2568 ทำลายแม้กระทั่งพืชผักพื้นฐานอย่างพริกหรือตะไคร้ ชาวบ้านจึงตกอยู่ในสภาวะยากลำบากซ้ำสอง..
ข้อเสนอแนะจากการสำรวจ
การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป “ร่องรอยเหี่ยวเฉาเหมือนโดนน้ำร้อนลวก” บนต้นขมิ้นของย่าแซมะ คือประจักษ์พยานสำคัญที่บอกเราว่า ถึงเวลาแล้วที่เราต้องทบทวนและออกแบบระบบเกษตรกรรมเพื่อความอยู่รอดของคนลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาใหม่อย่างจริงจัง…
“บันทึกจากเชิงเขาบรรทัดชิ้นนี้เกิดขึ้นได้ด้วยความอนุเคราะห์จากพี่ Wirat Eungpoonsawat และเพื่อนๆ ที่สนับสนุนค่าเดินทางให้ผมได้ลงมาฟังเสียงของพี่น้องในแผ่นดินตอนในลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา พื้นที่ชายขอบที่แม้จะอยู่ห่างไกลจากศูนย์กลางการจัดการของสงขลาประมาณ100 กิโลเมตร แต่ร่องรอยความสูญเสียหลังน้ำท่วมใหญ่นั้นกลับชัดเจนและควรค่าแก่การบันทึกไว้อย่างยิ่ง
เผยแพร่ครั้งแรกใน – https://www.facebook.com/share/p/17wdg3Sc4H/