
นี่คือถ้อยคำที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและความคับแค้นใจจากผู้ที่ถูกผลักให้ยืนอยู่ ณ ชายขอบของความช่วยเหลือ คำบอกเล่าที่สะท้อนถึงการถูกละเลยอย่างเป็นระบบ ท่ามกลางวิกฤตที่พื้นที่ของตนต้องแบกรับภาระแทนผู้อื่นเสมอมา
ความเสียสละที่ไร้ค่า
ตลอดมา ชุมชนริมขอบทะเลสาบสงขลา สิบหมู่บ้านหมื่นกว่าชีวิตในตำบลคูเต่าได้ทำหน้าที่เป็น ปราการรับน้ำ คลองอู่ตะเภาและคลองระบายน้ำที่หนึ่ง(คลองภูมินาถดำริ) ถูกเบี่ยงทิศทางเพื่อให้เมืองหาดใหญ่ที่ศิวิไลซ์มีตึกสูงระฟ้ารอดพ้นจากอุทกภัย แต่การตัดสินใจนั้นหมายถึงการส่งมอบความทุกข์ยาก น้ำท่วม และความเสียหายมาสู่บ้านเรือนของพวกเราทุกครั้งไป…
นี่คือความเสียสละที่พวกเราถูกบังคับให้แบกรับ ทว่าเมื่อถึงคราววิกฤตที่ต้องได้รับการเหลียวแล ความเสียสละเหล่านั้นกลับไร้ความหมาย
การช่วยเหลือที่ไม่เคยมาถึง
เมื่อภัยพิบัติมาเยือน การช่วยเหลือของรัฐและส่วนกลางพุ่งตรงไปยังศูนย์กลางอำนาจและเศรษฐกิจอย่างเมืองหาดใหญ่ก่อนเสมอ ขณะที่ผู้คนซึ่งเสียสละเพื่อเมืองนี้กลับถูกผลักให้กลายเป็น กลุ่มคนชายขอบที่ถูกมองไม่เห็น ณ ริมขอบทะเลสาบสงขลา
พวกเขา(พี่น้องของผม)ต้องรอคอย… รอคอยอย่างหิวโหย ในขณะที่แสงไฟและความช่วยเหลือสาดส่องไปยังพื้นที่อื่น ความช่วยเหลือที่ว่านั้น “ไม่มี” หรือหากมีก็เชื่องช้าจนน่าเศร้า พวกเขารู้สึกราวกับว่าได้ถูกลบเลือนไปจากแผนที่ความสำคัญของประเทศนี้ ทั้งที่พวกเราอยู่มาก่อนพวกเขา(คนในเมือง)มานานหลายร้อยปี
ความสิ้นหวังและความเห็นแก่ตัวที่เลวร้ายที่สุด
สิ่งที่น่าสะเทือนใจยิ่งกว่าการถูกละเลย คือการรับรู้ว่าเสียงของพวกเราไม่เพียงแต่ถูกเมินเฉย แต่ยังถูกตีความในทางที่เลวร้ายที่สุด มีความพยายามที่จะเสนอให้ส่ง “ความตาย” มายังพวกเราด้วยการเสนอให้มีการระเบิดถนนลพบุรีราเมศวร์เพื่อจัดการกับปัญหา ราวกับว่าชีวิตและความเป็นอยู่ของพวกเราไม่มีค่า ควรถูกกำจัดทิ้ง?
นมกล่องแรกของเด็กน้อย
ภาพแห่งความอนาถใจที่ชัดเจนที่สุด คือเรื่องราวของเด็กน้อยที่ต้องรอคอยน้ำใจจากคนแปลกหน้า ประชาชนทั่วไปที่ขับรถนำความช่วยเหลือเข้ามา คือผู้ที่ปลอบประโลมความหิวโหยได้จริง
“แม้แต่เด็กน้อยเพิ่งได้ดื่มนมเมื่อวาน เพราะมีประชาชนที่ขับรถเข้ามาช่วยเหลือ แต่กว่าจะได้…คนเป็นมะ (แม่) ญาติพี่น้องต้องช่วยกันเรียก ช่วยกันตะโกนขอให้รถหยุด แล้วถามหามีนมผงไหม มีนมผงไหม…ลูกฉันหิวๆ”
มันคือความขมขื่นที่ต้องวิงวอนขอสิ่งพื้นฐานที่สุดของชีวิตจากผู้ใจบุญ แทนที่จะได้รับความช่วยเหลืออย่างทันท่วงทีและมีเกียรติจากรัฐบาลของตนเอง
นี่คือเสียงสะท้อนแห่งความโกรธแค้น ความสิ้นหวัง และความอนาถใจต่อสภาพสังคมและการเมืองที่ยังคงเต็มไปด้วยการเลือกปฏิบัติ การบริหารที่ไร้ภูมิปัญญา และผู้นำที่ไร้ซึ่งประสิทธิภาพและสามัญสำนึก
เผยแพร่ครั้งแรกใน – https://www.facebook.com/share/p/178xgz13WN/