เสียงจากปลายน้ำหาดใหญ่ : ชีวิตบนความเปราะบางของ “บ้านหัวท่อง”

ที่บ้านหัวท่อง(ทุ่ง) หมู่ 7 ตำบลคูเต่า อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ริมคลองอู่ตะเภาตอนล่าง เรือนไม้หลังเล็กที่ยกพื้นสูงตามแบบบ้านเรือนพื้นถิ่นสมัยก่อน

ตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางความสงบริมคลองมาหลายสิบปี… จนกระทั่งมวลน้ำบุกเข้าทุกทิศทาง

นี่คือบ้านของ คุณอารีย์ กุศลสุข ที่ในยามปกติมีกันอยู่สามชีวิต คือ คุณอารีย์, ลูกชายวัย 17 ปี, และสามีวัย 57 ปีที่ป่วยเป็นโรคประจำตัวและทำงานไม่ได้ คุณอารีย์และลูกชายคือเสาหลัก พวกเขายึดอาชีพประมงพื้นบ้าน หากินอยู่ในทะเลสาบสงขลาตอนล่าง บางคราวออกเรือไม่ได้ ก็ซื้อปลาจากเพื่อนบ้านมาแปรรูปเป็นปลาแห้งขายเพื่อประทังชีวิต คุณอารีย์ซึ่งมีพื้นเพเดิมจากอำเภอจุฬาภรณ์ จังหวัดนครศรีธรรมราช เล่าว่า เธอแต่งงานและย้ายมาอยู่ที่บ้านหัวท่องแห่งนี้กว่า 30 ปี “น้ำไม่เคยท่วมหนักขนาดนี้มาก่อนเลย” คำกล่าวนี้สะท้อนความผิดปกติของภัยพิบัติที่กำลังจะกลืนกินทุกสิ่ง…

นาทีชีวิตกลางกระแสน้ำเชี่ยว

สถานการณ์ครั้งนี้มาเยือนอย่างรวดเร็วและโหดร้าย ฝนที่ตกหนักต่อเนื่องกลายเป็นมวลน้ำมหาศาลที่ทะลักเข้าท่วมพื้นที่ ในค่ำคืนวิปโยคนั้น ชีวิตสามคนในบ้านกลับกลายเป็นสิบ เมื่อลูกๆ และญาติที่อยู่เรือนชั้นเดียวข้างเคียงต่างต้องอพยพมารวมกัน

น้ำมาพร้อมกับความมืด ลม และฝนที่โหมกระหน่ำ มันขึ้นมาถึงพื้นบ้านที่ยกสูงอย่างรวดเร็ว สิบชีวิตถูกกักขังอยู่บนบ้านไม้กลางดึก การอพยพเป็นไปไม่ได้ เพราะหนทางมืดมิดมองไม่เห็นอะไรเลย ความกลัวกัดกินหัวใจทุกคน

ด้วยความหวาดวิตก ผู้เป็นสามีที่ป่วยอยู่ ได้สั่งให้คนในครอบครัวช่วยกัน งัดแผ่นกระเบื้องหลังคาออก นี่คือการเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุด

หากน้ำยังคงสูงขึ้นเรื่อยๆ พวกเขาจะต้องปีนขึ้นไปอยู่บนหลังคาให้ได้ สิบชีวิตอยู่ท่ามกลางความหวาดกลัว รอคอยเพียงแสงแรกของวันใหม่

การเดินทางด้วยเรือไร้น้ำมัน

เมื่อแสงสว่างเริ่มมาเยือน ลูกชายที่แข็งแรงที่สุดได้ตัดสินใจลงจากบ้าน ลุยน้ำไปนำเรือมาจอดเทียบที่หน้าต่าง เพราะประตูบ้านถูกแรงอัดของน้ำจนไม่สามารถเปิดได้ คุณอารีย์เล่าว่า มันคือภาพของความอลหม่านและสิ้นหวัง

“สิบชีวิตทยอยปีนหน้าต่างลงเรือ ลูกสาวร้องด้วยความหวาดกลัว” พวกเขาขนเตาแก๊ส ข้าวสาร และอาหารเท่าที่มีขึ้นเรือได้อย่างทุลักทุเล จุดหมายคือ โรงเรียนบ้านใต้ ซึ่งมีอาคารสองชั้นให้พักพิง ห่างออกไปราวสองกิโลเมตร แต่โชคร้ายยังไม่จบลงแค่นั้น เรือไม่มีน้ำมัน และเครื่องยนต์ก็เสีย การอพยพจึงต้องพึ่งพาแรงกายใช้วิธี

“ถ่อ” เรือด้วยไม้ ท่ามกลางกระแสน้ำที่เชี่ยวกรากและแรงวน เรือโคลงเคลงหลายครั้งจนเกือบจะล่ม แต่ด้วยความมุ่งมั่นและความร่วมมือของลูกๆ ที่ช่วยกันถ่ออย่างสุดกำลัง ในที่สุดสิบชีวิตก็ถึงจุดหมายปลายทางอย่างปลอดภัย… “กลัว…ไม่รู้หัวใจไปอยู่ไหนหมด เพื่อนการ้อง เราการ้อง…ไปอยู่โรงเรียน อพยพก็ไม่ใช่บายใจ กินข้าวไม่ได้ นอนไม่หลับ…” นี่คือเสียงสะท้อนจากคุณอารีย์ ที่บอกเล่าถึงความทุกข์ระทมทางจิตใจ แม้รอดพ้นจากน้ำท่วม แต่ความกังวลและความหวาดกลัวยังคงฝังลึก

เมื่อสายน้ำพรากเครื่องมือหากิน

หลังน้ำเริ่มลดลง สิบชีวิตอพยพกลับคืนสู่บ้านหัวท่อง ภาพที่พบคือความเสียหายที่ยิ่งใหญ่เกินกว่าทรัพย์สินทางวัตถุ เครื่องมือทำกินที่สำคัญที่สุดของครอบครัว “กัด” (อวน) หาปลา ได้ถูกสายน้ำพัดพาหายไปอย่างไร้ร่องรอย

การสูญเสียครั้งนี้หมายถึงการขาดรายได้หลักในการประทังชีวิต โชคยังดีที่ลูกชายได้ปรับตัวอย่างรวดเร็ว หันไปรับจ้างทำงานก่อสร้างแทน เพื่อให้พอมีรายได้จุนเจือครอบครัวไปได้บ้าง

เรื่องราวของคุณอารีย์ กุศลสุข คือภาพสะท้อนของ “ชีวิตคนปลายน้ำหาดใหญ่” ผู้อยู่ร่วมกับธรรมชาติบนความเปราะบาง ริมลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา พวกเขาคือผู้ที่ได้รับผลกระทบพร้อมๆกับพี่น้องในเมืองหาดใหญ่(ในหลาด

จากความแปรปรวนของธรรมชาติ แต่ก็ยังคงยืนหยัดต่อสู้ดิ้นรน เพื่อให้ชีวิตดำเนินต่อไปบนผืนแผ่นดินที่พวกเขาเรียกว่า “บ้าน” แห่งนี้

เผยแพร่ครั้งแรกใน – https://www.facebook.com/share/p/1BwiTbqNsG/

สามารถ สาเร็ม

คนแขกลุ่มทะเลสาบ ที่ชอบตามหาของแปลก ๆ ตามตลาดนัด

ใส่ความเห็น