ปลาขอ กับ ปลาหมูเกาะ แห่งคลองโคกคราม : รสชาติแห่งฤดูกาลหลังน้ำหลาก

แม่ค้าขายปลาขอกับปลาหมูแกะ จากบ้านโคกคราม จังหวัดนครศรีธรรมราชที่ตลาดนัดเสาร์ – วันอาทิตย์ ถนนพัฒนาการคูขวาง

เช้าวันอาทิตย์ที่ 18 มกราคม 2569 บรรยากาศที่ตลาดนัดริมถนนพัฒนาการคูขวาง จังหวัดนครศรีธรรมราช ยังคงคึกคักและเปี่ยมเสน่ห์เช่นเคย ตลาดแห่งนี้เปรียบเสมือนศูนย์กลางวิถีชีวิตของนครศรีธรรมราชที่รวบรวมวัตถุดิบจากทั้งท้องทะเล ที่ราบ และป่าเขามาไว้ในที่เดียว ผมได้พา พี่สาว Angkawipa Rattanarit ผู้จากบ้านเกิดไปพำนักอยู่บางกอกนานปี กลับมาเยี่ยมบ้านจึงถือโอกาสนี้ ที่ได้เจอกันพาเดินทอดน่องสำรวจตลาดเพื่อค้นหา “วัตถุดิบ” สำหรับมื้อเที่ยงของเรา

ท่ามกลางเสียงจ้อกแจ้กจอแจ เสียงใสๆ ของแม่ค้าสาววัยรุ่นสองคนตะโกนเรียกแขกด้วยชื่อปลาที่ไม่คุ้นหูนัก “ปลาขอ… ปลาขอค่ะ มีปีละครั้งนะคะ” เมื่อเราเดินเข้าไปใกล้ ก็พบกับปลาตัวเรียวยาวขนาดเล็ก บางตัวยังขยับเขยื้อนแสดงความสดใหม่ เคียงข้างกันนั้นมี “ปลาหมูแกะ” ปะปนอยู่บ้าง สนนราคาอยู่ที่กิโลกรัมละ 400 บาท แม้ราคาจะดูสูงลิ่วสำหรับปลาตัวจ้อย แต่เมื่อได้สดับฟังเรื่องราวจากแม่ค้าผู้มาจากบ้านโคกคราม ราคานั้นก็ดูจะเบาลงไปในทันที…

วิถีธรรมชาติ : เมื่อน้ำลด ปลาจึงปรากฏ

“ปลาขอ”กับ ปลาหมูแกะ ไม่ใช่ปลาที่จะหาทานได้ทั่วไป แต่เป็นของขวัญจากธรรมชาติที่มาพร้อมกับฤดูกาล น้ำหลากนครศรีธรรมราชในช่วงปลายปีคือสัญญาณเริ่มต้น เมื่อน้ำที่เคยท่วมขังเริ่มลดระดับลงในคลองโคกคราม ปลาชนิดนี้ซึ่งอาศัยอยู่ในพื้นทรายและแหล่งน้ำสะอาดจะเริ่มปรากฏตัว…ชาวบ้านจะใช้ “ไซ” ดักไว้ตามจุดที่น้ำไหลเชี่ยว เป็นภูมิปัญญาการหาอยู่หากินที่ตกทอดกันมา ธรรมชาติกำหนดให้ปลาขอ กับปลาหมูแกะ เป็นของดีที่มีให้ลิ้มรสเพียงปีละหนึ่งหนเท่านั้น พวกเราไม่รอช้าที่จะอุดหนุนมา 2 ขีด เพื่อนำมาพิสูจน์รสชาติที่เขาว่ากันว่า “ล้ำค่า”

จากก้นครัวบ้านโคกคราม : สูตรลับที่ไม่ต้องปรุงแต่ง

สิ่งที่น่าสนใจไม่แพ้วัตถุดิบคือ “องค์ความรู้” ในการปรุง แม่ค้าสาวแบ่งปันสูตรอาหารประจำถิ่นของชาวโคกครามให้เราฟังอย่างไม่ปิดบัง เมนูยอดนิยมคือ “แกงคั่วพริก” และ “แกงคั่วส้ม”

แกงคั่วพริก เป็นแกงน้ำขลุกขลิก เน้นความเผ็ดร้อนจากพริกไทย พริกแห้ง ตะไคร้ หอมแดง ขมิ้น กระเทียม และกะปิ ปรุงรสด้วยเกลือเพียงอย่างเดียว โรยหน้าด้วยใบรา (ใบยี่หร่า) หรือใบมะกรูดตามชอบ

แกงคั่วส้ม สูตรนี้ถือเป็นการ “เปิดโลก” สำหรับผม เพราะแกงคั่วส้มที่นี่ไม่ใช่แกงกะทิใส่พืชรสส้มอย่างที่คุ้นเคย แต่เป็นการต้มน้ำขลุกขลิกโดยใช้สมุนไพรทุบ ทั้งตะไคร้ หอมแดง กระเทียม และขมิ้น ชูรสเปรี้ยวด้วย “น้ำส้มจาก” (น้ำส้มสายชูหมักจากต้นจาก) ตัดรสด้วยน้ำตาลเล็กน้อย น้องแม่ค้าสำทับว่า ความต่างของคั่วส้มกับต้มส้มอยู่ที่ปริมาณน้ำ คั่วส้มต้องน้ำน้อยจนเกือบแห้งเพื่อให้รสชาติเข้มข้น ต้มส้มจะใส่น้ำเยอะนอกจากนี้ ลูกค้าอีกท่านที่เหมาปลาไปร่วมเกือบพันบาทยังช่วยเสริมเมนู “ต้มกะทิสายบัวใส่ปลาขอ” ซึ่งเป็นอีกหนึ่งความหลากหลายของสำรับคนนครศรีธรรมราช

รสสัมผัสแห่งความภูมิใจ

มื้อเที่ยงวันนี้ เราตัดสินใจทำ “แกงคั่วพริก” ตามสูตรต้นตำรับ ความสะดวกของปลาขอและปลาหมูแกะคือไม่ต้องผ่าท้องเอาไส้ออก เพียงล้างให้สะอาดก็ลงหม้อได้ทันที เมื่อได้ลิ้มลอง รสชาติของเนื้อปลานั้นมีความหวานละมุนคล้ายกับปลาเนื้ออ่อน หรือที่คนใต้เรียกว่าปลาโอน ความมันและนุ่มของเนื้อปลาผสานกับเครื่องแกงตำเองที่เผ็ดร้อน ทำให้เข้าใจทันทีว่าทำไมมันถึงมีราคาสูง ความคุ้มค่าไม่ได้อยู่ที่ปริมาณ แต่มันคือ “รสชาติแห่งเวลา” ที่หนึ่งปีจะมีสักครั้ง…

การอุดหนุนวัตถุดิบพื้นถิ่นตามฤดูกาล จึงไม่ใช่แค่การซื้ออาหารมาประทังหิว แต่มันคือการสืบสานและบันทึกวิถีชีวิตที่แฝงอยู่ในทุกคำที่กลืนกิน อาหารมีความสนุกเสมอเมื่อเรากล้าที่จะค้นหา และความหลากหลายที่ไม่มีสิ้นสุดนี้เอง คือเสน่ห์ที่ทำให้เราหลงรักการเดินตลาดนัดในทุกครั้งไป…

เผยแพร่ครั้งแรกใน – https://www.facebook.com/share/p/17wp8Q8VqG/

สามารถ สาเร็ม

คนแขกลุ่มทะเลสาบ ที่ชอบตามหาของแปลก ๆ ตามตลาดนัด

ใส่ความเห็น