“ระวะ” : ที่ถูกทำลายคือลมหายใจที่ถูกกั้นของทะเลสาบสงขลา

ภาพปรากฏการณ์ทางธรรมชาติบริเวณ “ปากคลองช้าง” บนคาบสมุทรสทิงพระ เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2568 เผยให้เห็นสภาวะ “ระวะปิด” หรือสันดรายทรายที่ปิดกั้นทางเชื่อมระหว่างคลองกับอ่าวไทยที่อยู่บนคาบสมุทรสทิงพระ นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของสันทราย แต่มันคือตัวอย่างภาพสะท้อนของระบบนิเวศสามน้ำที่การพัฒนาของรัฐในอดีตได้มีส่วนสำคัญที่ทำลาย….

ความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน : น้ำเค็มไม่ใช่ศัตรู แต่คือ “ชีวิต”

เมื่อเร็วๆ นี้ มีกระแสข่าวจากหน่วยงานราชการในจังหวัดสงขลาเรื่องการฟื้นฟูทะเลสาบสงขลา โดยมีการระบุว่า “น้ำเค็มเป็นปัญหาของทะเลสาบ” ข้อมูลชุดนี้ถือเป็นเรื่องน่ากังวลอย่างยิ่ง เพราะแสดงให้เห็นถึงความไม่เข้าใจในอัตลักษณ์ทางนิเวศวิทยาของทะเลสาบสงขลาอย่างลึกซึ้ง…ในความเป็นจริง น้ำเค็มคือฟันเฟืองสำคัญของความสมบูรณ์ ทะเลสาบสงขลาเป็นระบบนิเวศแบบ “ลากูน” ที่ต้องมีการไหลเวียนของน้ำเค็มจากอ่าวไทยเข้าไปผสมกับน้ำจืดจากแผ่นดินตามฤดูกาล ระบบการหมุนเวียนนี้เองที่สร้างความหลากหลายทางชีวภาพ เป็นแหล่งอาหาร และเป็นหัวใจของวิถีประมงพื้นบ้านมานับร้อยๆปี

การพัฒนาที่ทำลายระบบ “ระวะ”

วิกฤตความเสื่อมโทรมของทะเลสาบที่ผ่านมา เกิดจากนโยบายการพัฒนาของรัฐที่มุ่งเน้นความต้องการน้ำจืดเพื่อการทำนาเพียงอย่างเดียว การสร้างประตูปิด-เปิดน้ำตามปากคลองต่างๆบนคาบสมุทรสทิงพระ ที่เชื่อมต่อกับอ่าวไทย เปรียบเสมือนการตัดเส้นเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงระบบนิเวศ ส่งผลให้ “ระบบระวะ” หรือการเปิด-ปิดปากน้ำตามธรรมชาติล่มสลายลง…

ข้อสังเกตต่อ “ปากคลองช้าง” และทะเลสาบตอนบน

จากการตรวจสอบภาพถ่ายทางอากาศในปัจจุบัน ปากคลองช้างอาจจะดูเหมือนไม่ได้เชื่อมต่อโดยตรงกับทะเลสาบสงขลา แต่หากย้อนดูประวัติศาสตร์ทางภูมิศาสตร์ในเขตทะเลสาบสงขลาตอนบน คลองเหล่านี้เคยเป็นส่วนหนึ่งของโครงข่ายทางน้ำที่ซับซ้อน…ในอดีต อาจมีการเชื่อมต่อที่เอื้อต่อการถ่ายเทน้ำและตะกอน(?)

การฟื้นฟูทะเลสาบสงขลาที่แท้จริง จึงไม่ใช่การกำจัดน้ำเค็ม แต่คือการคืน “อิสรภาพในการไหลเวียนของน้ำ” ให้กลับมาใกล้เคียงกับระบบธรรมชาติเดิมมากที่สุด เพื่อให้ทะเลสาบสงขลากลับมาเป็นอู่ข้าวอู่น้ำที่สมบูรณ์อีกครั้ง

ปลดล็อกปากน้ำ คืนสมดุลให้ทะเลสาบสงขลา : ข้อเสนอถึงรัฐบาลใหม่

“น้ำเค็มไม่ใช่ศัตรู แต่คือชีวิตของทะเลสาบสงขลา” การฟื้นฟูทะเลสาบสงขลาที่แท้จริง ไม่ใช่งานก่อสร้างเพิ่ม แต่คือการทบทวนความผิดพลาดในอดีต รัฐบาลชุดใหม่ควรพิจารณานโยบายเร่งด่วน ดังนี้

ทบทวนโครงสร้างปิดกั้นทางน้ำ ศึกษาผลกระทบของประตูกั้นน้ำและคันกั้นน้ำที่สร้างปิดปากคลองต่าง ๆ เชื่อมต่ออ่าวไทย ซึ่งทำลายระบบ “ระวะ” (การหมุนเวียนน้ำตามธรรมชาติ) จนระบบนิเวศล่มสลาย

หยุดวาทกรรมน้ำเค็มคือปัญหา ต้องเลิกมองว่าน้ำเค็มคืออุปสรรคต่อการพัฒนา เพราะความสมบูรณ์ของลุ่มน้ำสองน้ำขึ้นอยู่กับการไหลเวียนของน้ำเค็มตามฤดูกาล

จัดการน้ำอย่างยืดหยุ่น เปลี่ยนจากการปิดตายปากน้ำ เป็นการเปิด-ปิดที่สอดคล้องกับจังหวะธรรมชาติ เพื่อรักษาสมดุลทั้งภาคเกษตรและวิถีประมงพื้นบ้าน

บทสรุป รัฐบาลต้องกล้าเผชิญหน้ากับความผิดพลาดของสิ่งก่อสร้างในอดีต และคืนอิสรภาพให้ทางน้ำ เพื่อให้ทะเลสาบสงขลากลับมาเลี้ยงชีวิตคนในพื้นที่ได้อย่างยั่งยืนอีกครั้ง

ชวนอ่าน จาก…ปากระวะถึงเขื่อนกั้นปากทะเลสาบสงขลา https://kb.psu.ac.th/…/%E0%B8%88%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0…

วะแตกที่คลองช้าง ปรากฎการณ์ทางธรรมชาติกับสีสันชีวิตผู้คนในฤดูฝน https://savesingora.com/?p=1690

เผยแพร่ครั้งแรกใน – https://www.facebook.com/share/p/181QrgzbzP/

.

สามารถ สาเร็ม

คนแขกลุ่มทะเลสาบ ที่ชอบตามหาของแปลก ๆ ตามตลาดนัด

ใส่ความเห็น