
มัสยิดโดมสีทองอร่ามที่มีรูปทรงคล้ายกลีบมะเฟือง ละม้ายคล้ายคลึงกับมัสยิดกลางจังหวัดสตูล ตั้งตระหง่านเป็นสง่าอยู่ริมถนนยนตการกำธร เส้นทางสายหลักที่เชื่อมระหว่างสตูลและสงขลา คือที่ตั้งของมัสยิดบ้านคลองกั่ว มัสยิดแห่งนี้ไม่เพียงแต่ตั้งอยู่ริมถนนสำคัญ หากแต่ยังเคียงคู่กับ คลองกั่ว สายน้ำใสที่ไหลรินจากต้นน้ำ ก่อนจะไปรวมกับคลองภูมีและไหลลงสู่ทะเลสาบสงขลาตอนล่างในที่สุด







ถัดไปทางด้านหลังคือทัศนียภาพของบ้านเรือนและทุ่งนาบนที่ราบเชิงเขา โดยมีเทือกเขาบรรทัดพาดผ่านเป็นฉากหลังอันยิ่งใหญ่ บริเวณนี้คือที่ตั้งบ้านเรือนของเหล่าพี่น้องของ โต๊ะบัน หรือ ปะแก่ (คุณปู่) ของผู้เขียน ซึ่งในวันนี้ผมมีโอกาสได้เดินทางไปเยี่ยมเยียนเพื่อถามไถ่สารทุกข์สุกดิบ หลังผ่านพ้นเหตุการณ์มหาภัยพิบัติน้ำท่วมและฝนตกหนักเมื่อปลายเดือนพฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา
แม้พื้นที่แถบนี้จะเผชิญกับสภาวะน้ำล้นตลิ่งจากคลองกั่วเป็นประจำทุกปี แต่ในปีนี้ปริมาณน้ำกลับสูงเป็นประวัติการณ์และท่วมขังยาวนานหลายวัน ร่องรอยของทรายที่สายน้ำพัดพามายังคงปรากฏให้เห็น เช่นเดียวกับผืนดินที่ยังคงเป็นหลุมเป็นบ่อจากแรงกัดเซาะ…ในการมาเยือนครั้งนี้ ผมได้นั่งพูดคุยกับ โต๊ะดารอ น้องสาวของคุณปู่ คำว่า “โต๊ะดา” นั้นสะท้อนถึงวัฒนธรรมการเรียกขานตามลำดับการเกิดในวิถีมลายู ซึ่งมีความน่าสนใจยิ่ง โดยปกติแล้ว
พี่คนโตจะเรียกว่า หวา
คนที่สองเรียกว่า งะ
น้องคนสุดท้องจะเรียกว่า จู หรือ สู สำหรับลำดับที่ 3 ถึง 9 อาจมีการสลับสับเปลี่ยนคำเรียกกันได้ตามความนิยม เช่น ดา, เต๊ะ, ตำ, หยัง, หลัง เป็นต้น
“โต๊ะดารอ” เล่าให้ฟังด้วยน้ำเสียงเรียบง่ายทว่าแฝงความเสียดายว่า พืชผักสวนครัวที่อุตสาหะปลูกไว้ ทั้งพริก มะเขือ และตะไคร้ ฯลฯ ต่างยืนต้นตายไปกับกระแสน้ำจนหมดสิ้น จะเหลือรอดอยู่บ้างก็เพียงพวกข่าและขมิ้น แต่ก็ต้องตัดแต่งต้นเดิมทิ้งเพื่อให้แตกหน่อใหม่ บริเวณรอบบ้านที่เคยถูกน้ำซัดจนดินหายไป วันนี้คนในครอบครัวต้องช่วยกันขนดินมาถมและปรับพื้นที่ใหม่ เพื่อฟื้นฟูร่องรอยจากมหาภัยพิบัติปลายพฤศจิกายน2568ให้กลับคืนสู่สภาพเดิม…









เผยแพร่ครั้งแรกใน – https://www.facebook.com/share/p/1FLzNUE9pE/