
ความทรงจำมักทำงานอย่างมหัศจรรย์ เมื่อผมมีโอกาสเดินทางไปเยือนดินแดนภาคเหนือ ภาพความประทับใจบนยอดดอยสูงที่โอบล้อมด้วยนาขั้นบันไดสลับซับซ้อนยังคงตราตรึง กลิ่นดินและอากาศบริสุทธิ์บนที่สูงทำให้หัวใจพองโต แต่ใครจะเชื่อว่าความรู้สึกตื่นเต้นเช่นนั้นจะย้อนกลับมาทักทายผมอีกครั้งในบริบทที่ต่างออกไป เมื่อได้เดินสำรวจท้องทุ่งนาทางทิศตะวันตกของ บ้านคลองกั่ว
ที่นี่ไม่ใช่ภาคเหนือ แต่เป็นพื้นที่ลุ่มเชิงเขาบรรทัด จ.สงขลา แม้ภูมิประเทศจะเปลี่ยนไป แต่สิ่งที่ปรากฏตรงหน้ากลับปลุกความทรงจำเรื่องนาขั้นบันไดขึ้นมาอย่างแจ่มชัด
นาไล่ระดับ : ภูมิปัญญาแห่งการจัดการน้ำ
หากนาขั้นบันไดทางภาคเหนือคือการลดหลั่นตามไหล่เขาเพื่อรักษาหน้าดินและกักเก็บน้ำ นาที่บ้านคลองกั่วแห่งนี้ก็มีอัตลักษณ์ที่น่าสนใจไม่แพ้กัน แม้จะเป็นที่ลุ่มเชิงเขาแต่ชาวบ้านได้รังสรรค์ระบบการทำนาแบบ ลดหลั่น โดยอาศัยหลักการทางธรรมชาติ…ความโดดเด่นของนาที่นี่คือ “นาริมคลอง” จะถูกจัดวางให้อยู่ในระดับที่สูงที่สุด ก่อนจะค่อยๆ ไล่ระดับต่ำลงไปตามสภาพพื้นที่ เหตุผลสำคัญไม่ใช่เพื่อความสวยงามเพียงอย่างเดียว แต่คือ การระบายน้ำ ที่ชาญฉลาด น้ำจากลำคลองจะถูกผันเข้าสู่เหมืองระบายน้ำ เพื่อส่งต่อไปยังผืนนาที่อยู่ถัดลงไปเป็นทอดๆ การวางระบบเช่นนี้ทำให้น้ำไหลเวียนเข้าสู่ทุกแปลงนาได้อย่างทั่วถึงโดยอาศัยแรงโน้มถ่วง…




วิถีแห่งความเกื้อกูล : น้ำใจในหยดน้ำ
มากกว่าเรื่องของวิศวกรรมชาวบ้าน สิ่งที่สัมผัสได้ชัดเจนในทุกก้าวย่างบนคันนาคือ “ความสามัคคี” การทำนาขั้นบันไดในลักษณะนี้ไม่สามารถทำได้โดยลำพัง แต่ต้องอาศัยการแบ่งปันและการจัดการที่เป็นระบบร่วมกัน
การเริ่มปลูก เมื่อฤดูกาลมาถึง ชาวบ้านจะร่วมแรงร่วมใจช่วยกัน “โยนข้าว” เป็นภาพแรงงานที่หมุนเวียนไปตามแปลงนาต่างๆ การจัดสรรน้ำ น้ำถูกมองว่าเป็นสมบัติส่วนรวม การแบ่งปันน้ำจากนาด้านบนลงสู่ด้านล่างต้องอาศัยความเข้าใจและการตกลงกันอย่างเป็นธรรม…ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลกสมัยใหม่ วิถีการทำนาที่บ้านคลองกั่วจึงเป็นเสมือนพิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิต ไม่เพียงแต่รักษารูปแบบเกษตรกรรมดั้งเดิมเอาไว้ แต่ยังรักษา “สายใย” ของผู้คนในชุมชนที่ผูกพันอยู่กับดิน น้ำ และผืนนาที่ลดหลั่นกันไปตามเชิงเขาบรรทัด
การได้เดินสูดอากาศและสัมผัสความอบอุ่นของแสงแดดที่นี่ ทำให้ผมตระหนักว่า ไม่ว่าจะบนดอยสูงหรือที่ราบตีนเขา “นาขั้นบันได” มักแฝงไปด้วยเรื่องราวของการปรับตัวและความรักในถิ่นฐานเสมอ






