
ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของยุคสมัยที่ทุกอย่างต้องซื้อหา แต่ที่ท้ายหมู่บ้านบ้านควน พื้นที่รอยต่อระหว่างผืนดินกับลุ่มน้ำยังคงเป็นดั่ง “หม้อข้าวหม้อแกง” ที่หล่อเลี้ยงชีวิตผู้คนมาทุกชั่วอายุคน โดยเฉพาะในช่วงปลายปีที่สายฝนโปรยปรายลงมาเติมเต็มความอุดมสมบูรณ์ให้กับผืนป่าเสม็ด….
รอยต่อแห่งนิเวศ : จากหัวเหม็ดถึงหัวเหวียน
จุดเริ่มต้นของผืนป่าเสม็ดแห่งนี้ ชาวบ้านเรียกขานกันว่า “หัวเหม็ด” อันเป็นบริเวณที่ผืนป่าเริ่มก่อตัวขึ้นอย่างหนาแน่น ขณะที่ฝั่งตรงข้ามถูกเรียกว่า “หัวเหวียน” พื้นที่ลุ่มต่ำแห่งนี้มิใช่เพียงแค่ป่าละเมาะธรรมดา แต่เป็นระบบนิเวศกึ่งน้ำจืดกึ่งน้ำเค็มที่เชื่อมต่อกับคลองอู่ตะเภาและทอดยาวไปจนถึงริมทะเลสาบสงขลา ระดับน้ำที่นี่จึงขยับขึ้นลงตามจังหวะของน้ำทะเลสาบ เป็นสัญญาณธรรมชาติที่บอกให้คนหาปลาเตรียมเครื่องมือให้พร้อม

วิถีชีวิตที่ขยับตามจังหวะน้ำ
เมื่อฤดูฝนมาเยือน ผืนป่าเสม็ดท้ายหมู่บ้านจะกลายเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำอันคึกคัก เราจะเห็นภาพวิถีชีวิตดั้งเดิมที่ดำเนินไปอย่างเรียบง่ายแต่เปี่ยมด้วยทักษะ
การวางกัด การดักตาข่ายดักปลาตามทางน้ำ
การดักไซ เครื่องมือไม้ไผ่ที่ใช้ดักปลาตามพงหญ้า
การดักลัน ภูมิปัญญาเฉพาะตัวในการล่อหาปลาไหลในแหล่งนี้…
ความขยันของคนบ้านควนในช่วงน้ำหลากเช่นนี้ คือหลักประกันว่าในครัวเรือนจะมีอาหารชั้นเลิศโดยไม่ต้องพึ่งพาตลาด…

ความสุขจากคันเบ็ดไม้ไผ่
ในวันที่น้ำยังเอ่อล้นตามวงจรธรรมชาติ ผมพร้อมกับ “วะ” และ หลานชาย ออกเดินทางมุ่งหน้าสู่หัวเหม็ดพร้อมอุปกรณ์คู่ใจนั่นคือ “คันเบ็ดไม้ไผ่” ความงดงามของการตกปลาที่นี่ ไม่ใช่เรื่องของเทคโนโลยีหรืออุปกรณ์ราคาแพง แต่คือการทำความเข้าใจกับทิศทางน้ำและแหล่งที่ปลาชุม…เพียงช่วงเวลาสั้นๆ ราวสองชั่วโมงในป่าเสม็ด ความใจเย็นและสายตาที่คุ้นเคยกับร่องน้ำก็ตอบแทนเราด้วยปลาสดๆ นานาชนิด ปริมาณปลาที่ได้มานั้น “พอเพียง” สำหรับการปรุงแกงส้มหรือแกงเผ็ดร้อนๆ หนึ่งหม้อใหญ่ให้ล้อมวงกินกันได้ทั้งบ้าน…



“หัวเหม็ด” จึงไม่ใช่แค่ชื่อสถานที่ แต่เป็นสัญลักษณ์ของความมั่นคงทางอาหารและการพึ่งพาธรรมชาติอย่างเคารพ ตราบใดที่น้ำยังขึ้นลงและป่าเสม็ดยังคงอยู่ วิถีชีวิตอันทรงคุณค่าของคนบ้านควนปลายน้ำหาดใหญ่ก็จะยังคงดำเนินต่อไปอย่างยั่งยืน…
เผยแพร่ครั้งแรกใน – https://www.facebook.com/share/p/1G5MQ8qPLY/