
บนเส้นทางสายน้ำที่ไหลผ่านอำเภอหาดใหญ่มุ่งหน้าสู่ทะเลสาบสงขลาตอนล่าง ณ บ้านหัวท่อง (ทุ่ง) หมู่ที่ 7 ตำบลคูเต่า อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา คือจุดบรรจบที่ความเงียบสงบมักถูกรบกวนด้วยสายน้ำเชี่ยวและลมมรสุม ที่นี่คือบ้านของ “ปะแก่หมุด” ชายชราวัย 72 ปี ผู้ใช้ชีวิตทั้งชีวิตผูกพันอยู่กับผืนน้ำคลองอู่ตะเภาตอนล่างหาอยู่หากินในทะเลสาบสงขลาตอนล่างมาตั้งแต่จำความได้
เรือลำน้อย : ที่พักพิงกลางสายน้ำเชี่ยว
ในวันที่มวลน้ำมหาศาลทะลักเข้าท่วมเมืองหาดใหญ่และพื้นที่ปลายน้ำ บ้านชั้นเดียวติดพื้นของปะแก่หมุด
ไม่สามารถรับแรงต้านทานได้อีกต่อไป น้ำเอ่อล้นเข้าท่วมทุกตารางนิ้ว ทิ้งให้สมาชิก 5 ชีวิตในบ้านต้องเผชิญกับทางเลือกที่ต้องอพยพ
ท่ามกลางวิกฤต ปะแก่หมุด ไม่ได้มีเพียงตัวเองและภรรยาคู่ทุกข์คู่ยากเท่านั้น แต่ยังมีลูกๆ ที่มีภาวะพิการทางสมองอีก 3 ชีวิตที่ต้องดูแล ด้วยวัยที่ล่วงเลยและกำลังที่ถดถอย การจะพาครอบครัวฝ่ากระแสน้ำไปยังศูนย์อพยพที่ห่างออกไปกว่า 2 กิโลเมตรที่โรงเรียนบ้านใต้ ดูจะเป็นเรื่องที่เกินกำลัง
“เรือหางยาว” เครื่องมือหากินเพียงอย่างเดียว กลายเป็นพาหนะลี้ภัย ปะแก่หมุด ตัดสินใจพาครอบครัวอพยพขึ้นเรือ ล่องไปจอดนิ่งอยู่ใต้หลังคาบ้านเพื่อนบ้านที่ทิ้งร้างหนีน้ำไปแล้ว แม้ฝนจะบังหัวได้ แต่ความน่ากลัวอยู่ที่กระแสน้ำใต้ลำเรือ “น้ำมันเชี่ยว เรือก็โคลงเคลงตลอดเวลา แต่เรามันคนทะเล อยู่กับคลื่นลมมาทั้งชีวิตเลยไม่ค่อยกลัว ถ้าเป็นคนอื่นที่ไม่คุ้นกับน้ำ คงขวัญเสียไปแล้ว” ปะแก่บ่าวเล่าด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยแต่แฝงด้วยความหวาดกลัวอยู่ลึกๆ

สูญเสียเพื่อเริ่มใหม่ กัด (อวน) ที่หายไปกับสายน้ำ
เมื่อระดับน้ำเริ่มลดลง สิ่งที่หลงเหลืออยู่ไม่ใช่แค่คราบโคลน แต่คือความสูญเสีย “กัด” หรือเครื่องมือดักปลาที่เป็นเสมือนหัวใจในการเลี้ยงชีพ ถูกกระแสน้ำพัดหายไปอย่างไร้ร่องรอย…
ในวัยที่ควรจะได้พักผ่อน ปะแก่หมุด ยังคงยืนยันที่จะเป็น “เสาหลัก” ของบ้าน ท่านและภรรยายังคงต้องออกเรือหาปลาเพื่อดูแลลูกๆ ทั้งสาม บางวันลูกๆ ที่พอจะมีกำลังก็ออกมาช่วยเป็นลูกมือ เป็นภาพชีวิตที่หมุนเวียนอยู่เช่นนี้ท่ามกลางลมมรสุม
น้ำใจจากแดนไกล : แสงสว่างในความมืด
ความลำบากของปะแก่หมุดไม่ได้ถูกทิ้งไว้เพียงลำพัง เมื่อเรื่องราวนี้ส่งไปถึงหูของกลุ่มกัลยาณมิตร นำโดย Wirat Eungpoonsawat และเพื่อนๆ ที่รวบรวมทุนทรัพย์เพื่อจัดหา “กัด” ชุดใหม่ให้ปะแก่หมุดได้กลับมาทำมาหากินอีกครั้ง… นอกจากเครื่องมือทำกิน ปะแก่หมุดยังเอ่ยถึงความตื้นตันใจที่มีต่อพี่น้องแดนไกลจาก เชียงใหม่เพชรบุรี และอีกหลายจังหวัดที่ส่งความช่วยเหลือมาถึงปลายน้ำหาดใหญ่_ลุ่มน้ำอู่ตะเภาตอนล่าง…
มาม่าและปลากระป๋อง ที่ช่วยประทังหิวในวันที่ออกไปไหนไม่ได้ น้ำดื่มสะอาด ที่หล่อเลี้ยงชีวิตท่ามกลางน้ำท่วมขังที่เริ่มลด
กำลังใจ ที่ทำให้รู้ว่าพวกเขาไม่ได้ถูกทอดทิ้ง
บทสรุปแห่งการต่อสู้
เรื่องราวของปะแก่หมุดไม่ใช่แค่เรื่องของน้ำท่วม แต่มันคือเรื่องราวของ “ศักดิ์ศรีของความพยายาม” ของชายชราคนหนึ่งที่ไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา แม้ในวันที่น้ำท่วมบ้านจนอยู่ไม่ได้หรือวันที่เครื่องมือหากินสูญหาย
ในวันพรุ่งนี้ เมื่อปะแก่หมุดได้กัดชุดใหม่ลงเรือลำเดิม (พี่วิรัตน์จะลงมารับไปซื้อกัดใหม่) มุ่งหน้าสู่ปากทะเลสาบสงขลาอีกครั้ง นั่นไม่ใช่แค่การไปหาปลา แต่คือการประกาศว่าชีวิตของคนปลายน้ำคนนี้… จะยังคงหยัดยืนต่อไปด้วยความหวังและรอยยิ้ม
เผยแพร่ครั้งแรกใน – https://www.facebook.com/share/p/1K66ortXdH/





