เปิดหม้อแกงส้ม “ปลาสัมพัม” : รสผสมแห่งวิถีวัฒนธรรมลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา

ในวิถีชีวิตของผู้คนแถบปลายน้ำคลองอู่ตะเภาที่ไหลเชื่อมต่อกับทะเลสาบสงขลาตอนล่าง บ้านของผู้เขียน มีคำศัพท์ถิ่นคำหนึ่ง ที่แว่วเข้าหูอยู่บ่อยครั้งยามที่พี่น้องชาวประมงพื้นบ้าน ออกเรือไปจับปลาในทะเล แล้วได้ปลานานาชนิดกลับมา พวกเขามักจะเรียกขานปลาหลากสายพันธุ์ที่ปนเปกันมานั้นด้วยถ้อยคำเฉพาะว่า “ปลาสัมพัม”

คำว่า “สัมพัม” ในความหมายของคนแถบนี้ หมายถึง “ผสม” ยามที่ออกเลแล้วได้ปลาหลากชนิดรวมกันมา ก็จะเรียกรวมกันไปเช่นนั้น และจากข้อมูลภาคสนามของผู้เขียนพบว่า การใช้คำเรียกที่มีความหมายว่าผสมในหมู่บ้านอื่นๆก็มีคำใกล้เคียงกันเช่น ย่าของผู้เขียน คนบ้านคลองกั่ว ตำบลเขาพระ อำเภอรัตภูมิ จังหวัดสงขลาจะเรียกมะพร้าวที่ไม่อ่อนไม่แก่(ทึนทึก) ว่า “สามซาม” และผู้เขียนเคยพบคุณยายคนบนคาบสมุทรสทิงพระ นำ เคยปลาซำซัม ซึ่งเป็นเคยปลาที่ทำจากปลาหลายชนิดผสมรวมกัน ทั้งนี้ในพจนานุกรมภาษาถิ่นใต้ พุทธศักราช 2525 จัดทำโดยสถาบันทักาิณคดีศึกษา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ(มหาวิทยาลัยทักษิณในปัจจุบัน) หน้า300 มีการเก็บคำว่า “ส้ำสาม” น. พันธุ์ผสมเช่นไกส้ำสาม – ไก่พันธุ์ผสมระหว่างไก่แจ้กับไก่อู และเก็บสำว่า สำสำ ว.ใช้ปะปนกันเช่นใชของสำสำกัน – ใช้ของปะปนกัน

เช้าวันนี้ กลิ่นอายความสดชื่นจากบรรยากาศรอบตัว นำพาร่างกายและจิตใจของผมให้ออกไปเสาะหาวัตถุดิบทำอาหารเช่นเคย ปลายทางคือ “ตลาดนัดวันหัส” (วันพฤหัสบดี) ณ วัดคูเต่า แหล่งรวมของสดจากธรรมชาติและวิถีชุมชนของผู้คนแถบปลายน้ำคลองอู่ตะเภา

ภาพชีวิตของแม่ค้า “คนแขกสงขลา” จากบ้านควน บ้านใต้ บ้านเหนือ บ้านหัวสะพาน บ้านคตหม้อ ตำบลคูเต่า อำเภอหาดใหญ่ ที่นำปลาสดๆ ซึ่งจับได้จากทะเลสาบสงขลาตอนล่าง มาวางจำหน่ายเรียงรายให้เลือกซื้อจนละลานตา คือภาพที่คุ้นชิน แต่ผู้เขียนยังตื่นเต้นทุกครั้งที่ได้มาเยือนตลาดนัดแห่งนี้

ผมเดินตรงไปยังร้านประจำของ พี่สาวคนแขกสงขลาจากบ้านควนเหนือ ชุมชนมุสลิมเก่าแก่ในแถบนี้ สามีของพี่สาวคนนี้ จะออกเรือไปหาปลาในเวลากลางคืน โดยใช้เครื่องมือประมงพื้นบ้านที่เรียกว่า “กัด” (อวนลอยหรือตาข่ายดักปลา) หาอยู่หากินท่ามกลางแสงของดวงจันทร์ยามค่ำคืน ก่อนจะกลับเข้าฝั่งในช่วงหัวรุ่ง เพื่อส่งต่อปลาสดๆ ให้ภรรยานำมาวางขายที่ตลาดนัด

การขายปลาของชาวบ้านแถบนี้ยังมีเอกลักษณ์ดั้งเดิม คือการจัดวางปลาสดๆ บนกระสอบที่แบกับดิน แยกตามชนิดและประเภทแบ่งใส่ถาดไว้ วันนี้มีทั้งปลาบอกขาว (ปลากระบอกขาว) ปลาคางโคะ ปลาหัวอ่อน ทว่า ถาดที่ดึงดูดสายตาผมมากที่สุด กลับเป็นถาดที่รวมเอาปลาหลากสายพันธุ์เข้าไว้ด้วยกันในราคาเพียง 100 บาท ถาดที่แม่ค้าเรียกว่า “ปลาสัมพัม” ​ภายในถาดปลาสัมพัมนี้ ประกอบไปด้วย ปลาลาปัง ปลากูเหรา ปลาขี้ตังราทา ปลาดอกหมาก และปลาเทะ นอนเรียงรายสลับสีสัน รูปทรงและขนาดแตกต่างกันไป

เมื่อได้ปลาสัมพัมถาดนี้มา เมนูที่ผุดขึ้นมาในหัวทันทีคงเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจาก “แกงส้มปลาสัมพัม” ที่คุ้นเคย เมนูพื้นบ้านที่นำปลาหลายชนิดมาแกงรวมกันในหม้อเดียว

เสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์ของแกงส้มหม้อนี้ คือความมันและรสสัมผัสที่แตกต่างกันของเนื้อปลาแต่ละชนิด ซึ่งเมื่อผ่านการแกงในน้ำแกงส้มรสจัดจ้านแล้ว ความหวานมันจากตัวปลาจะออกมาผสมผสานกัน ทำให้น้ำแกงมีรสชาติที่กลมกล่อมกินอร่อยมากครับ ในภาษาถิ่นใต้ของคนพื้นที่อื่นๆอาจเรียกว่า “แกงปลาสมรม” แต่สำหรับคนที่นี่ มีอีกชื่อเรียกคือ “แกงปลาสัมพัม”

ทว่า ในมิติของภาษาศาสตร์ คำว่า “สัมพัม” ที่คนแขกสงขลาบ้านควนและผู้คนแถบปลายน้ำคลองอู่ตะเภาใช้ในความหมายของการผสมผสานนี้ ยังคงเป็นปริศนาที่น่าค้นหา จากการพยายามสืบค้นในเบื้องต้นยังไม่พบต้นทางที่แน่ชัดว่าคำนี้มีรากเหง้ามาจากภาษาใด จะเป็นภาษามลายูถิ่นที่กลายเสียง หรือภาษาโบราณคำใดที่ตกทอดอยู่ในคำพูดของพวกเราแถบถิ่นนี้…แต่สิ่งหนึ่งที่แน่ชัดโดยไม่ต้องรอผลสืบค้นทางภาษา คือในหม้อแกงส้มปลาสัมพัมหม้อนี้ ไม่ได้มีเพียงแค่รสชาติของปลาหลากชนิดที่ผสมรวมกันอย่างลงตัว หากแต่ยังเต็มไปด้วยรสชาติแห่งวิถีชีวิต และความอุดมสมบูรณ์ของปลายน้ำคลองน้ำอู่ตะเภาที่เชื่อมต่อกับทะเลสาบสงขลาตอนล่าง ที่ยังคงเลี้ยงดูผู้คนมาทุกยุคทุกสมัย

เผยแพร่ครั้งแรกใน – https://www.facebook.com/share/p/1GujRBgSzA/

สามารถ สาเร็ม

คนแขกลุ่มทะเลสาบ ที่ชอบตามหาของแปลก ๆ ตามตลาดนัด

ใส่ความเห็น