
“ตลาดนัดวัดท้าวโครต” ที่ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของเมืองนครศรีธรรมราช ห่างจากวัดพระบรมธาตุ นครศรีธรรมราช ประมาณ 500 เมตร อาจเป็นเพียงตลาดเล็ก ๆ ในปัจจุบัน แต่กลับซ่อนเรื่องราวทางประวัติศาสตร์และรสชาติแห่งความผูกพันที่สืบทอดมายาวนานกว่าสองทศวรรษผ่านร้านขนมจีนร้านหนึ่ง
สืบสานสูตรต้นตำรับ
แม้ตลาดจะเริ่มคึกคักในช่วงบ่ายสามเป็นต้นไป แต่ร้านที่เปิดขายตั้งแต่ประมาณ ๙.๐๐ น. เพื่อต้อนรับนักกินยามสายก็คือร้าน “ขนมจีนป้าพา” ที่ปัจจุบันลูกค้ารู้จักกันในชื่อนี้ ขนมจีนร้านนี้สืบทอดสูตรจาก ป้าพา ผู้ก่อตั้ง ซึ่งขณะนี้ด้วยวัยกว่า ๗๐ ปี จึงส่งต่อกิจการให้กับ “น้าเบ็ญ” ลูกสะใภ้ผู้เป็นลูกมือช่วยงานมานานหลายปี “น้าเบ็ญ” รับช่วงต่อทำเองมาได้กว่าสี่ปีแล้ว โดยยังคงรักษา “รสมือ” และสูตรแบบดั้งเดิมของ “ป้าพา” ไว้ไม่เปลี่ยนแปลง แม้ว่าในปัจจุบันปริมาณการขายจะลดลงตามความซบเซาของตลาด แต่ความเข้มข้นของรสชาติยังคงอยู่


หม้อแกงเขียวกับสามน้ำแกงใต้
ร้านขนมจีนของน้าเพ็ญเป็นร้านเล็ก ๆ ที่ยังคงใช้ เตาอังโล่ และหม้อแกงแบบเก่าที่วางเรียงรายอยู่
ซึ่งรวมถึง “หม้อเขียว” ที่คนรุ่นเก่าก่อนใช้เรียกสีที่เราในยุคปัจจุบันเรียกว่า “สีน้ำเงิน” ภายในหม้อเหล่านั้นบรรจุน้ำแกงรสจัดจ้านสามชนิดอันเป็นเอกลักษณ์ของคนคอน(คนใต้)
1. “น้ำแกงทิ” (น้ำแกงกะทิ) เป็นแกงกะทิที่ใช้เนื้อปลาเข้มข้น ปรุงรสด้วยมันกะทิ มีรสชาติเผ็ดกำลังดี


2. “น้ำแกงเผ็ด” แกงน้ำเปล่าที่เน้นความเผ็ดร้อนแรงสมชื่อ เป็นแกงน้ำใสข้นก้นหม้อ ที่ตำเนื้อปลาลงไปรวมกับเครื่องแกงรสเผ็ดร้อนจัดจ้านในสไตล์แกงคนคอน


3. “น้ำแกงพริก” แม้จะมีคำว่า “พริก” แต่แกงนี้กลับไม่ได้เน้นความเผ็ด จัดเป็นแกงกะทิที่มีรสชาติหวานมันจากกะทิและถั่วลิสง ใช้พริกแห้งดอกใหญ่ที่แกะเม็ดออก และใส่ถั่วลิสงบด


ทางร้านจำหน่ายในราคาเพียง ๒๕ บาทต่อจาน ไม่ว่าจะราดน้ำแกงเดียว สองน้ำแกง หรือสามน้ำแกง ก็จัดให้ได้ในราคาเท่าเดิม หากสั่งพิเศษราคาจะอยู่ที่ ๓๐ บาท
เครื่องเคียงและผักเหนาะแบบจัดเต็ม
นอกจากน้ำแกงแล้ว สิ่งที่ขาดไม่ได้คือเครื่องเคียง โดยเฉพาะ “แกงพุงปลา” ที่ใส่ปลาย่าง ฟักทอง และหัวมันเทศ ซึ่งมีรสชาติเผ็ดร้อนจัดจ้าน ทางร้านจัดให้ลูกค้าเติมฟรี ได้ในจานขนมจีน ในส่วนของผักเหนาะ (ผักเคียง) ก็มีให้เลือกหลากหลายตามฤดูกาล ทั้งผักสดและผักต้มกะทิ เช่น ยอดมังค่า, มะเขือพวง, ลูกสะตอเบา (กระถิน), ยอดสะตอเบา, ถั่วฝักยาว, แตงกวา, ใบแมงลัก, อาจาด(แตงกวาผสมเเครอท),ผักบุ้งแดงดอง, และผักบุ้งต้มกะทิ พร้อมด้วยพริกแห้งคั่วและน้ำปลาให้ปรุงรสได้ตามชอบ ทั้งหมดนี้บริการฟรี






ร่องรอย “ตะหลาดวัดสบ” สมัยอยุธยา
นอกเหนือจากรสชาติของขนมจีนแล้ว ตลาดนัดวัดท้าวโครต ยังมีความน่าสนใจในมิติทางประวัติศาสตร์ เอกสารโบราณสมัยอยุธยาของเมืองนครศรีธรรมราชได้ระบุถึงการมีอยู่ของตลาดที่ชื่อว่า “ตะหลาดวัดสบ” ซึ่งตั้งอยู่ในตำแหน่งใกล้เคียงกับวัดท้าวโครตในปัจจุบัน แม้ว่าตำแหน่งของตลาดนัดวัดท้าวโครตจะถูกย้ายจากบริเวณหน้าวัดไปอยู่ด้านหลังวัดเมื่อหลายสิบปีก่อน แต่ก็พอจะเห็นเค้าลางที่อาจกล่าวได้ว่า ตลาดแห่งนี้เป็นพื้นที่ค้าขายที่สืบเนื่องและปรับเปลี่ยนไปตามบริบทของยุคสมัย

การมาอุดหนุนร้านขนมจีนของ “น้าเบ็ญ” ในวันนี้ จึงไม่ได้เป็นเพียงการลิ้มรสอาหารพื้นเมืองเท่านั้น แต่ยังเป็นการซึมซับบรรยากาศของตลาดนัดที่อาจมีสายสัมพันธ์ สืบเนื่องมาจากตลาดสมัยอยุธยา ทำให้เกิดจินตนาการย้อนไปถึงบรรยากาศการค้าขายเมื่อหลายร้อยปีก่อน
วิถีคนคอนและจิตรกรรมในโบสถ์เก่า
หลังจากช่วงบ่ายสาม ตลาดจะเริ่มมีร้านรวงอื่น ๆ ทยอยมาเปิดขาย ทั้งขนมบ้าน ๆ แบบคนคอน, ข้าวแกง, อาหารทะเล (ทั้งของสดและของแห้ง), เครื่องปรุง, และพืชผักพื้นบ้าน แม้จะเป็นตลาดขนาดเล็กแต่ก็มีสินค้าครบครันทั้งพร้อมกินและซื้อกลับไปปรุงที่บ้าน นอกจากนี้ ภายในโบสถ์หลังเก่าของวัดท้าวโครตยังมีจิตรกรรมบนแผงไม้ที่น่าสนใจ ซึ่งนำเสนอเรื่องราวในพุทธชาดก โดยสอดแทรกภาพวิถีชีวิตและผู้คนหลากหลายชาติพันธุ์ที่อาศัยอยู่ในเมืองนครศรีธรรมราชไว้ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งจุดที่ชวนให้ผู้มาเยือนได้แวะชมและศึกษา
ร้านขนมจีนของ “น้าเบ็ญ” ไม่มีการโปรโมทผ่านโซเชียลมีเดีย เพราะนางบอกว่าเล่นเฟสบุ๊คไม่เป็น แต่ยังคงรักษาฐานลูกค้าเดิม ๆ ที่รู้รสชาติและแวะเวียนมาอุดหนุนอยู่เสมอ จึงเป็นอีกหนึ่งร้านในตำนานที่ควรค่าแก่การไปเยือนเพื่อสัมผัสรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์และเรื่องราวที่น่าสนใจของ “ตลาดวัดท้าวโครต” แห่งนี้
.
ขนมที่ตลาดนัดท้าวโครต :
https://www.facebook.com/share/p/1Hcox6SWTS/
https://www.facebook.com/share/p/17eGUkgPAA
https://www.facebook.com/share/r/1BRL3xcNTv