
ที่มาภาพ : https://m.pantip.com/topic/43114436
เรียนท่านนายกรัฐมนตรีและคณะกรรมการถอดบทเรียนและเตรียมความพร้อมรับมืออุทกภัย
ในฐานะประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในพื้นที่รอบทะเลสาบสงขลา ซึ่งเป็นพื้นที่ปลายน้ำต่อจากอำเภอหาดใหญ่ ผมขอแสดงความเห็นและความกังวลต่อข้อเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมหาดใหญ่ที่ได้มีการแถลงหลังการประชุมคณะกรรมการฯ เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม 2568 โดยท่านรองนายกรัฐมนตรี นายพิพัตย์ รัชกิจปราการ
ข้อเสนอ ระยะสั้นขยายคลองเดิม ระยะยาวทำคลองระบายน้ำ คู่ขนานถนนวงแหวน… อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : https://www.matichon.co.th/economy/news_5491799 อาจดูเป็นทางออกที่ดีสำหรับการบรรเทาปัญหาน้ำท่วมในเขตเมืองหาดใหญ่ชั้นใน แต่สำหรับพวกเราที่อาศัยอยู่รอบทะเลสาบสงขลาตอนล่าง นี่อาจหมายถึงการ “ฆ่า” พวกเรา
ประเด็นความกังวลและข้อเสนอแนะ
1. ผลกระทบต่อพื้นที่รับน้ำรอบทะเลสาบสงขลา
น้ำท่วมขยายวงกว้างและยาวนานขึ้น น้ำที่ถูกเร่งระบายออกจากหาดใหญ่ ไม่ว่าจะผ่านคลองอู่ตะเภา หรือคลองระบายน้ำที่1 คลองระบายน้ำที่3 จะไหลตรงสู่ทะเลสาบสงขลาตอนล่าง ซึ่งเป็นพื้นที่รับน้ำสุดท้ายก่อนออกอ่าวไทย การเร่งปริมาณน้ำเข้าสู่ทะเลสาบฯ โดยที่ทางระบายออกสู่ทะเลมีจำกัดอยู่แล้ว จะทำให้ระดับน้ำในทะเลสาบสูงขึ้นอย่างรวดเร็วและท่วมขังในพื้นที่รอบทะเลสาบนานกว่าเดิม
ความเหลื่อมล้ำในการแก้ไขปัญหา การแก้ปัญหาโดยเน้นการระบายน้ำออกจากเมืองหาดใหญ่แต่เพียงอย่างเดียว โดยไม่ได้พิจารณาถึงกลไกการรับน้ำและระบายน้ำของระบบทะเลสาบสงขลาโดยรวม ถือเป็นการโยนภาระความทุกข์ยากให้กับประชาชนนับหมื่น นับแสนชีวิตในพื้นที่รับน้ำรอบทะเลสาบ ซึ่งในขณะที่หาดใหญ่เริ่มฟื้นตัว พวกเราในพื้นที่รอบทะเลสาบสงขลาบางส่วนยังคงเผชิญกับน้ำท่วมขัง
2. ข้อมูลเกี่ยวกับระบบระบายน้ำจากหาดใหญ่
เส้นทางระบายน้ำมีมากกว่าคลองอู่ตะเภา คำกล่าวที่ว่า “ทางระบายน้ำออกเมืองมีเพียงเส้นทางเดียว คือการไหลลงสู่ทะเลสาบสงขลาทางทิศเหนือผ่านคลองอู่ตะเภา” อาจคลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริงในปัจจุบัน เนื่องจากระบบระบายน้ำของหาดใหญ่ประกอบด้วย
คลองระบายน้ำที่ 1 (ร.1) : ทางทิศตะวันตก ทำหน้าที่เบี่ยงน้ำจากคลองอู่ตะเภาส่วนหนึ่งไม่ให้เข้าหาดใหญ่
คลองอู่ตะเภา
คลองระบายน้ำที่ 3 (ร.3) ทางทิศตะวันออก เป็นเส้นทางหลักที่รับน้ำจากคลองระบายน้ำที่ 4, 5, 6 เพื่อระบายออกสู่ทะเลสาบสงขลาที่บ้านบางโหนด(?)
ปัญหาคอขวดที่ปากทะเลสาบสงขลาตอนล่าง การพัฒนาท่าเรือน้ำลึกและเขื่อนปากทะเลสาบ ได้ทำให้ร่องน้ำเดิมแคบลงอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งเป็น คอขวด ที่ใหญ่ที่สุดของการระบายน้ำออกจากระบบทะเลสาบสงขลาออกสู่ทะเลอ่าวไทย การแก้ปัญหาที่ปลายทางนี้มีความจำเป็นเร่งด่วนไม่แพ้การจัดการน้ำต้นทาง
ข้อเรียกร้องเพื่อการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมอย่างยั่งยืนและเป็นธรรม
ในฐานะพลเมืองที่ได้รับผลกระทบ ขอเรียกร้องให้ท่านนายกรัฐมนตรีและคณะกรรมการฯ พิจารณาแนวทางการแก้ไขปัญหาอย่างรอบด้าน โดยมีจิตสำนึกและความรับผิดชอบต่อความเป็นมนุษย์อย่างเท่าเทียมกัน ดังนี้
ขยายขอบเขตการพิจารณา การแก้ไขปัญหาต้องพิจารณาในลักษณะองค์รวมของ ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา (Songkhla Lake Basin) ไม่ใช่เฉพาะอำเภอหาดใหญ่
จัดการ “คอขวด” ปากทะเลสาบเร่งด่วน ให้ความสำคัญกับการศึกษาและดำเนินการแก้ไขปัญหาการระบายน้ำออกสู่ทะเลอ่าวไทยบริเวณปากทะเลสาบสงขลาที่แคบลง ให้สามารถระบายน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพ
กลไกการมีส่วนร่วม ขอเสนอให้มีการปรับโครงสร้างคณะกรรมการถอดบทเรียนฯ โดย เปิดโอกาสให้ภาคประชาสังคม ผู้ได้รับผลกระทบจริง และองค์กรกู้ภัยในพื้นที่ ได้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของคณะกรรมการอย่างเป็นทางการ เพื่อนำเสนอข้อมูล ประสบการณ์ และแนวทางการแก้ไขปัญหาจากมุมมองของผู้ที่อยู่กับปัญหาอย่างแท้จริง
การแก้ไขปัญหาที่ยั่งยืนคือการบรรเทาทุกข์ของคนทั้งลุ่มน้ำ ไม่ใช่การช่วยเฉพาะเมืองหนึ่งแล้วเพิ่มความทุกข์ให้กับอีกหลายหมื่นหลายแสนชีวิต
.
สามารถ สาเร็ม (คนสงขลา)
7 ธันวาคม 2568
เผยแพร่ครั้งแรกใน – https://www.facebook.com/photo/?fbid=25188544237480536&set=a.25145495665118727