สี่ชีวิตที่รอดจากยี่สิบกว่าชีวิต : ชีวิตที่ปลายน้ำหาดใหญ่ ลุ่มน้ำอู่ตะเภาตอนล่างริมทะเลสาบสงขลาตอนล่าง

ท่ามกลางกระแสธารน้ำสีขุ่นที่บ่าท่วมทุกพื้นที่ของลุ่มน้ำอู่ตะเภาตอนล่าง (ปลายน้ำหาดใหญ่) อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา การเอาชีวิตรอดไม่ใช่เพียงเรื่องของมนุษย์ แต่เป็นเรื่องราวที่ต้องแบ่งปันกับสรรพชีวิตอื่น ๆ ที่ร่วมอาศัยบนแผ่นดินเดียวกัน

เรื่องราวของฝูงไก่ยี่สิบกว่าตัวที่บ้าน ณ ปลายน้ำแห่งนี้ เป็นหนึ่งในพยานที่สะท้อนถึงสัญชาตญาณการดิ้นรนเอาชีวิตรอดเมื่อเผชิญกับวิกฤต ก่อนที่มวลน้ำจะเข้าท่วม บ้านหลังนี้มีชีวิตเล็ก ๆ อยู่ร่วมชายคา3ชีวิต กับฝูงไก่ที่เลี้ยงไว้สำหรับเป็นอาหารและขยายพันธุ์ แต่เมื่อสถานการณ์น้ำท่วมเข้าสู่ขั้นวิกฤต จนน้ำเกือบจมพื้นบ้านยกสูงสามระดับที่เคยรอดพ้นจากอุทกภัยครั้งใหญ่ในปี 2543 และ 2553 “ปะ” ผู้เป็นเสาหลัก ได้ตัดสินใจอย่างเด็ดขาดว่า “ต้องเอาชีวิตคนรอดก่อน” แม้เเต่รองเท้าก็ไม่มีใครได้ติดตัวไป…

การอพยพเกิดขึ้นอย่างเร่งด่วน บ้านหลังนี้เป็นบ้านยกพื้นก็จริง แต่ส่วนหลังบ้านที่สร้างติดพื้นนั้นถูกน้ำท่วมมาตั้งแต่วันที่ 21 แล้ว เรือที่ญาติบ้านใกล้ๆกันยืมมาจากญาติกลายเป็นพาหนะสำคัญในการกู้ภัยชีวิต ผู้สูงอายุ, สตรี, และทารกถูกจัดให้นั่งบนเรือ ขณะที่ลูกหลานในวัย 30, 35 ปี และ “วะ (ลุง)” ในวัย 64 ปี ช่วยกันลากและรุนเรือฝ่ากระแสน้ำเชี่ยวตามท้องถนน

จุดหมายปลายทางคืออาคารเรียนศาสนาพื้นฐาน(โรงเรียนแขก) ที่ชาวบ้านในหมู่บ้านและพี่น้องต่างหมู่บ้านในลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาช่วยกันสร้างขึ้นจากการบริจาคและการจัดงานการกุศล…

การดิ้นรนของ “สี่ชีวิต” ที่เหลือรอด

เมื่อมนุษย์อพยพ สรรพสัตว์ก็ต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอดเช่นกัน ไก่ทั้งฝูงที่เคยส่งเสียงขันอย่างคึกคักต้องเผชิญชะตากรรมเอาชีวิตรอดไม่ต่างจากผู้คน

ในวันที่น้ำเริ่มลดลง “ปะ” บอกว่าเดินลุยน้ำกลับไปยังบ้าน ภาพที่เห็นคือความเงียบเหงาและร่องรอยความเสียหาย ท่ามกลางความว่างเปล่าเหลือเพียงไก่สี่ตัวเท่านั้นที่รอดชีวิต พวกมันนอนตัวสั่นสะท้านอยู่บนกิ่งไม้หน้าบ้าน เปียกปอนจากฝนที่โหมกระหน่ำติดต่อกันหลายวัน และอ่อนแรงจากการขาดอาหาร…อาหารมื้อแรกที่ไก่สี่ชีวิตนี้ได้รับ คือข้าวกล่องที่พี่น้องในหมู่บ้านประสานงานและขับเรือล่องน้ำกว่า 20 กิโลเมตรไปรับมาจากพี่น้องจากบ้านควนหินทำมามอบให้ “ปะบอกว่า คนกินด้วยต้องแบ่งไก่ด้วยอดมาหลายวัน”

การสานต่อชีวิตและความหวัง

จากไก่ยี่สิบกว่าตัว ตอนนี้เหลือเพียงสี่ชีวิต ประกอบด้วยไก่ตัวผู้หนึ่งตัว ซึ่ง “มะ” บอกว่า “ไว้ทำพ่อร้าน” หมายถึงเก็บไว้เป็นพ่อพันธุ์เพื่อสืบทอดเผ่าพันธุ์ต่อไป โดยคำว่า ร้านนีเกร่อยมาจาก “ร้านไก่” คือที่สูงที่คนสมัยก่อนสร้างให้ไก่อยู่ อีกสามตัวที่เหลือเป็นตัวเมีย ไม่นานหลังจากน้ำลดลงเกือบสัปดาห์ ไก่ตัวเมียตัวหนึ่งก็ได้เริ่มหารังวางไข่ เพื่อขยายพันธุ์และเพื่อเป็น “อาหารให้เราได้นำมากินกันต่อ” การวางไข่ของไก่ตัวนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงการสืบพันธุ์ตามธรรมชาติ แต่เป็นสัญลักษณ์ของความหวังในการเริ่มต้นใหม่ เป็นเครื่องยืนยันว่าชีวิตยังคงต้องดำเนินต่อไปแม้จะสูญเสียไปมากมาย…

เรื่องราวของไก่สี่ชีวิตที่รอดจากยี่สิบกว่าชีวิตนี้ ไม่ได้เป็นเพียงการบันทึกเหตุการณ์น้ำท่วม แต่เป็นบทเรียนของการให้ความสำคัญกับชีวิตในทุกรูปแบบ, การพึ่งพาตนเองและการปลงใจยอมรับความจริงที่ว่า “เหลือแค่สี่ตัวก็ยังดีกว่าไม่เหลือ ทุกอย่างล้วนถูกกำหนดโดยพระเจ้าแล้ว” ซึ่งเป็นมุมมองที่หยั่งรากลึกในวิถีชีวิตและศรัทธาของผู้คน ณ ปลายน้ำหาดใหญ่แห่งนี้…ตามแบบฉบับหลักคำสอนในศาสนาอิสลามทุกอย่างพระเจ้ากำหนดไว้แล้ว…

ขอบคุณครูซันมาล Abdulmalek Hayeemad ที่เป็นผู้นำข้าวกล่องมาแจกพี่น้องบ้านควนครับ ครูซันมาลบอกว่าประสานงานกับพี่น้องบ้านควนหิน ต.พะวง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา นำข้าวกล่องมามอบให้พันกล่องพรุ่งนี้พี่น้องจะได้กินข้าว …ผมฟังอยู่ปลายสายที่คลื่นโทรศัพท์ได้ยินบ้างไม่ได้ยินบ้าง ตอนนั้นคือตัวสั้นๆ น้ำตาก็ไหลออกมา…

เผยแพร่ครั้งแรกใน – https://www.facebook.com/share/p/1NA3PE8hAc/

สามารถ สาเร็ม

คนแขกลุ่มทะเลสาบ ที่ชอบตามหาของแปลก ๆ ตามตลาดนัด

ใส่ความเห็น