
ในบรรยากาศยามเย็นของวันที่ 29 ธันวาคม 2568 ท่ามกลางร่องรอยความเสียหายหลังน้ำลด ณ บ้านแหลมโพธิ์ หมู่ที่ 3 ตำบลคูเต่า อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา พื้นที่ซึ่งเปรียบเสมือน “ด่านสุดท้าย” ก่อนที่มวลน้ำจากตัวเมืองหาดใหญ่จะไหลลงสู่ทะเลสาบสงขลาตอนล่าง ที่นี่เราได้พบกับ อาจารย์เก่ง (คุณอุทัย อุทัยรัศมี) และ ป้ากบ (คุณวรรณพัทธ์ เอกศิริ) สองสามีภรรยาผู้ที่กำลังเผชิญกับความสูญเสียครั้งใหญ่ที่มาพร้อมกับสายน้ำ
ความฝันที่ก่อร่างด้วยดินและแรงมือ
ย้อนกลับไปเมื่อปี 2543 ป้ากบซึ่งเดิมเป็นคนในละแวกมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) ได้ตัดสินใจซื้อที่ดินผืนนี้เก็บไว้ด้วยความตั้งใจว่าจะใช้เป็นสถานที่พักผ่อนในวัยเกษียณ เมื่อ 5 ปีก่อน ทั้งคู่เริ่มลงหลักปักฐานสร้างบ้านยกพื้นกั้นด้วยไม้ไผ่และมุงหลังคาดิน ท่ามกลางแมกไม้อันร่มรื่น
ด้วยความรู้ความเชี่ยวชาญด้านศิลปะและการทำบ้านดินของอาจารย์เก่ง ตลอด 2 ปีที่ผ่านมา ทั้งคู่จึงได้ทุ่มเทแรงกายและแรงทุนสร้างกลุ่มอาคารบ้านดินขึ้นมา โดยหวังจะให้ที่แห่งนี้เป็นมากกว่าที่อยู่อาศัย แต่เป็นทั้ง โฮมสเตย์ และ ศูนย์การเรียนรู้ เพื่อแบ่งปันวิชาบ้านดินและงานศิลปะให้แก่ผู้ที่สนใจ…”สร้างมาเกือบ 2 ปี เป็นงานแฮนด์เมดทั้งหมด มีค่าแรงช่างสะสมมาล้านกว่าบาท ทั้งหมด 3-4 หลัง ตอนนี้มึนไปหมด คิดอะไรไม่ออกเลย” ป้ากบถ่ายทอดความรู้สึกท่ามกลางซากปรักหักพังของอาคารที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นรูปธรรมของความฝัน…













เมื่อสถิติในอดีตพ่ายแพ้ต่อธรรมชาติ
ความน่าสะเทือนใจของเหตุการณ์ครั้งนี้คือความพยายามในการ “ป้องกัน” ที่รอบคอบแล้ว อาจารย์เก่งเล่าว่า ในช่วงการก่อสร้างได้มีการถมดินยกระดับพื้นที่ขึ้นมาใหม่ โดยอ้างอิงจากระดับน้ำท่วมสูงสุดในประวัติศาสตร์ของปี 2543 และ 2553 ทั้งยังถมเผื่อให้สูงกว่าระดับเดิมด้วยซ้ำ
แต่ในปี 2568 นี้ ธรรมชาติกลับมีบทเรียนที่รุนแรงกว่าเดิม มวลน้ำมหาศาลจากตัวเมืองหาดใหญ่ที่หลากลงมา ปะทะเข้ากับน้ำในทะเลสาบสงขลาตอนล่างที่หนุนสูงขึ้นพร้อมกัน พื้นที่แหลมโพธิ์จึงกลายเป็นจุดรับแรงอัดของน้ำอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ส่งผลให้โครงสร้างบ้านดินที่ใกล้จะเปิดตัวในเดือนเมษายน 2569 ต้องเสียรูปทรงและพังทลายลงก่อนกำหนดเพียงไม่กี่เดือน…





















กำลังใจท่ามกลางซากดิน
ปัจจุบัน สองสามีภรรยายังอยู่ในภาวะที่ยากจะตัดสินใจว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป เพราะไม่เพียงแต่บ้านดินที่คูเต่าเท่านั้นที่เสียหาย แต่บ้านในตัวเมืองหาดใหญ่ก็ถูกน้ำท่วมขังเช่นกัน รถยนต์ส่วนตัวที่เสียหายก็ยังไม่สามารถส่งซ่อมได้เนื่องจากไม่มีประกันภัยรองรับ
อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางความมืดมนยังมีแสงสว่างจากมิตรภาพ อาจารย์เก่งเล่าว่าเพื่อนสมาชิกกลุ่มทำบ้านดินจากจังหวัดกระบี่กว่า 40 ชีวิต ได้ส่งข่าวอาสาจะมาช่วยฟื้นฟู รวมถึงชาวต่างชาติที่เคยลงพื้นที่แจกของบรรเทาทุกข์ในช่วงน้ำท่วมใหม่ๆ ก็รับปากว่าจะกลับมาช่วยซ่อมแซม…
บ้านดินแหลมโพธิ์ ในวันนี้อาจจะยังไม่พร้อมเปิดเป็นศูนย์เรียนรู้อย่างที่ตั้งใจ แต่มันได้กลายเป็นบทเรียนที่มีชีวิตเรื่องการอยู่ร่วมกับธรรมชาติและการยืนหยัดในยามวิกฤต สำหรับใครที่ผ่านไปมาแถวตำบลคูเต่า การแวะเวียนเข้าไปเยี่ยมชมและส่งมอบกำลังใจให้แก่ป้ากบและอาจารย์เก่ง อาจเป็นพลังสำคัญที่ช่วยให้ “บ้านดิน” หลังนี้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง….
เผยแพร่ครั้งแรกใน – https://www.facebook.com/share/p/17KSWC4cHf/