
ท่ามกลางวิกฤตน้ำท่วมใหญ่ที่ปลายน้ำหาดใหญ่ ริมคลองอู่ตะเภา เมื่อวันที่ 22 พฤศจิกายน 2568 มีบันทึกหน้าหนึ่งที่เต็มไปด้วยความรักและการดิ้นรนของ “มะ” (แม่) ลูกอ่อนผู้ไม่ยอมแพ้ต่อชะตากรรม
ในวันที่น้ำไหลบ่าเข้าท่วมพื้นที่ “มะ” และลูกน้อยวัยเพียง 6 เดือน ต้องอพยพจากบ้านไปอาศัยที่เรือนยกพื้นของ “โต๊ะหยัง” (ปู่ทวด) แต่เสบียงและของใช้จำเป็นสำหรับทารกกำลังจะหมดลง สิ่งเดียวที่อยู่ในใจของคนเป็นแม่ตอนนั้นคือ “นมผงและแพมเพิส” ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการประทังชีวิตลูกน้อย…
การเดินทาง 3 กิโลเมตรที่ยาวนานดั่งชั่วกัปชั่วกัลป์
บ่ายโมงตรง… ปฏิบัติการฝ่าสายน้ำเริ่มต้นขึ้น เรือหางยาวที่ไม่มีน้ำมันต้องอาศัยแรงกายล้วนๆ ออกเดินทางจากบ้านควน มุ่งหน้าสู่ร้านค้าที่ห่างออกไปราว 3 กิโลเมตร
บนถนนสายเดิมที่เคยใช้รถสัญจร บัดนี้กลับกลายเป็นทางน้ำที่เชี่ยวกราก…ในเรือลำนั้นประกอบด้วยผู้ชาย 5 คน และผู้หญิงซึ่งเป็นแม่ลูกอ่อนอีก 2 คน พวกเขาต้องสลับบทบาทไปตามระดับน้ำ
ช่วงน้ำระดับเอว ชายหนุ่ม 3 คนต้องลงไปเดิน “รุน” (เข็น) และลากเรือฝ่าแรงต้านของน้ำ
ช่วงน้ำระดับอก ทุกคนต้องขึ้นเรือแล้วใช้การ “ถ่อ” อย่างยากลำบาก เพราะกระแสน้ำที่เชี่ยวแรงทำให้เรือขยับไปได้เพียงทีละนิด
ช่วงโค้งบ้านจีน น้ำตื้นจนเรือติดแหง็ก ต้องตัดสินใจผูกเรือทิ้งไว้กับเสาไฟฟ้า แล้วพากันเดินลุยน้ำต่อไป
ปลายทางที่ความหวังไม่เต็มร้อย…
เมื่อถึงสะพานบ้านเหนือ ระดับน้ำสูงถึงเอว พวกเขาบุกน้ำเชี่ยวต่อไปจนถึงร้านค้าด้วยความหวังว่าจะได้นมผง แพมเพิส เทียน และน้ำเปล่า ฯลฯ แต่ความเป็นจริงกลับซัดหน้าอย่างจัง เมื่อสิ่งที่จำเป็นที่สุดอย่าง “นมผง” กลับไม่มีจำหน่าย มีเพียงแพงเพิสเพียงไม่กี่ห่อที่พอจะติดมือกลับมาได้…
การเดินทางไป-กลับที่ใช้เวลากว่า 3 ชั่วโมงนี้ ไม่ใช่แค่การหาซื้อของ แต่มันคือการ “เดิมพันด้วยชีวิต” ของคนปลายน้ำที่ต้องช่วยเหลือกันเองในยามวิกฤต…
บทเรียนจากสายน้ำ
ภาพของแม่ลูกอ่อนที่เดินบุกน้ำเชี่ยว สะท้อนให้เห็นถึงการต่อสู้ที่ต้องพึ่งพา “ประชาชนด้วยกันเอง” มาโดยตลอดทุกครั้งที่เกิดภัยพิบัติ บันทึกนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องเล่าของผู้ประสบภัย แต่เป็นเสียงสะท้อนที่ตั้งคำถามถึงโครงสร้างทางสังคมและการเมืองว่า…
หากเรามีการเมืองที่เห็นแก่ส่วนรวม ปราศจากเรื่องพรรคพวกและผลประโยชน์ ประชาชนคนปลายน้ำคงไม่ต้องเอาชีวิตมาเสี่ยงในกระแสน้ำ เพื่อเพียงแค่ไขว่คว้าหานมผงมาเติมอิ่มให้ลูกน้อยเช่นนี้
เผยแพร่ครั้งแรกใน – https://www.facebook.com/share/p/1BvKb7Gvgp/