
ขอกลอนนี้มีอยู่คู่พระธาตุ
เพื่อทวยราษฎร์อ่านดูได้รู้ไว้
ว่าทนต์ธาตุเจดีย์ที่เมืองไทย
มีอยู่ในศรีธรรมราชนคร
โดยเฉพาะเจาะจงในวงวัด
มหาธาตุบัญญัติสโมสร
ขออย่าให้ #ปวงเปรต เภทรานรอญ
มีโอกาสรื้อถอนแยกธาตุไป
ตำนานพระบรมธาตุนครศรีธรรมราช ฉบับ “ศ.ว.ต.ล.” พิมพ์เมื่อ มิถุนายน ๒๕๐๖ ตำนานพระธาตุเล่มนี้เป็นสำนวนร้อยกรอง มีมิตรสหายแนะนำมาว่าเค้าลงขายในเน็ต ผมดูแล้วสำนวนกลอนแปลก ๆ ชอบกลไม่เหมือนตำนานพระธาตุร้อยกรองสำนวนอื่นที่เคยอ่านอย่างพระนิพพานโสตร และพระศรีธรรมาโศกกลอนสวด แล้วก็พิมพ์ในปี 2506 เพิ่งฟังคุณหมอบัญชาบิวด์มาว่า 2506 เป็นหมุดหมายสำคัญของการเปลี่ยนแปลงรูปแบบงานเดือนสิบ รวมถึงอยู่ในช่วงที่นายสันต์ เอกมหาชัย เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดนครฯ ซึ่งดูจะเกิดโมเมนต์น่าสนใจเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม เมืองนครหลาย ๆ ประการ ก็เลยดีลกับคนขายได้มาในราคา 100 กว่าบาทเท่านั้นเอง มิตรสหายมาบอกภายหลังว่าไม่น่าแนะนำผมเลย กะว่าจะได้ซื้อมาขายผมอัพราคา (ดูมันครับท่านผู้ชม)
ว่าด้วยเรื่องกายภาพทั่ว ๆ ไปก่อน
ตำนานพระธาตุเล่มนี้พิมพ์ขนาดประมาณ a5 มี 151 หน้า พิมพ์ที่โรงพิมพ์ศิริสวัสดิ์ นครศรีธรรมราช เมื่อ มิถุนายน ๒๕๐๖ จำนวนถึง ๑,๐๐๐ เล่ม โดยมีนายโกมล ผิรังคะเปาระ เป็นผู้พิมพ์โฆษณา ไม่มีราคาขายอยู่ที่เล่ม โรงพิมพ์ศิริสวัสดิ์นี้เสิร์ช ๆ ดู ยังมีอยู่ อยู่ริมราชดำเนินที่ท่าวังนี้เอง ไม่เคยสังเกตเลยว่าอยู่ตรงไหน ไม่มีคำนำสารบัญอะไรทั้งสิ้น ชื่อผู้แต่งก็ไม่มี เปิดมาเป็นกลอนเลยเพราะว่าอารัมภบทและเครดิตทั้งหมดร้อยกรองเอาไว้ในตอนต้นและตอนท้ายหมดแล้ว
จะกล่าวขานตำนานธาตุพระภควันต์
ยอดมิ่งขวัญไทยประเทศเขตนคร
ศรีธรรมราชพระธาตุสถิตอยู่
เป็นยอดปูชนียะอนุสรณ์
แห่งจีนลาวชาวไทยพม่ามอญ
ต่างสัญจรมาถวายเครื่องสักการ
ทั้งทุกทิศจิตประสาทศรัทธาสาร
แม้นเดินทางลำบากยากกันดาร
ยอมทนทุกข์ทรมารมาบูชา…
.
ประวัติเดิมของพระทนตธาตุนี้
จะตกมานครศรีฯ ยากนักหนา
ต้องรบรับสับประยุทธ์กันหลายครา
มูลกถาว่าไว้ได้อ่านดู
คนหมู่มากอยากใคร่จะได้รู้
#ดิฉันหญิง จึงคิดลิขิตบู-
ชาเชิดชูทนตธาตุให้ลือไกล
.
ไม่ลิขิตเกรงมิตรจะน้อยใจ
จึงเขียนไว้เวลาว่างห่างงานทำ
ผู้เขียนแนะนำตนเองคร่าว ๆ ว่าเป็นผู้หญิง ได้อาศัย #แบบบรรพ์ชั้นเก่า ที่ #ลิขิตมิตร ส่งมาให้ ผมไม่แน่ใจว่า ลิขิตมิตร นี้จริง ๆ จะให้หมายแค่คำว่า มิตร คือเพื่อน หรือรวมความ ลิขิตมิตร ซึ่งเป็นเพื่อนทางจดหมาย อย่างไรก็ตามผู้แต่งบอกว่า จากมูลเหตุที่ตำนานพระธาตุนครนั้นสำคัญ ลึกลับ ผู้คนสนใจอยากรู้ ประกอบกับมีแบบบรรพ์ชั้นเก่าจากเพื่อน จึงได้เรียบเรียงตำนานพระธาตุฉบับนี้ขึ้น เรื่องแบบบรรพ์ชั้นเก่าอาจจะย้อนกลับมาดูกันอีกทีถัดลงไปข้างล่าง
จบการเกริ่นนำผู้เขียนก็นำเข้าเรื่องตำนานทันที เรามาทราบที่ตอนท้ายเล่มที่ผู้เขียนระบุว่าตนเองคือ ศ.ว.ต.ล ในกลอนท่อนว่า
ศ.ว.ต.ล. #ฝากนิพนธ์ถ้อย
เป็นร่องรอยบูชาธาตุพระสัตถา
ไม่รู้ใคร ? ย่อจากชื่อนามสกุล ? น่าจะลองสืบ ๆ กันต่อ
#แบบบรรพ์ชั้นเก่าและกระบวนกลอน จากกลอนบางส่วนที่โคว๊ทมา รวมกับในหน้าต้น หน้าท้ายที่แนบมาในโพสต์นี้ เห็นได้ชัดว่าสำนวนกลอนใหม่ อีกทั้งผู้เขียนบอกเองว่าเป็นผู้ “ลิขิต” โดยได้อาศัยแบบบรรพ์ชั้นเก่า ไอ้แบบบรรพ์ชั้นเก่านี้คืออะไร ตอนแรกปรึกษากับอาจารย์พระครูว่าสงสัยได้บุดไม่พระนิพพานโสตร ก็ศรีธรรมาโศก ซึ่งคือตำนวนพระบรมธาตุฉบับร้อยกรอง แต่งเป็นคำกาพย์มาเป็นโครง แต่อ่านแบบแสกน ๆ ดูแล้วยังไม่ง่ายนักที่จะบอกว่าแบบบรรพ์ชั้นเก่าคืออะไรแน่ อย่างที่ 1 คือ ทั้งพระนิพพานโสตร และพระศรีธรรมาโศก แต่งด้วยฉันทลักษณ์กาพย์ ตำนานฉบับ ศ.ว.ต.ล นี้ใช้กลอนสุภาพทั้งหมด
2 คือ โครงเรื่องนั้น ดูมีเค้าว่าจะดำเนินตามโครงของพระศรีธรรมาโศก มีสำนวนหลาย ๆ ส่วนที่สำนวนกลอนสุภาพในฉบับ ศ.ว.ต.ล ล้อไปกับกาพย์ในพระศรีธรรมาโศก
โดยเฉพาะในตอนจบเรื่องที่จบด้วยการสิ้นพระชนม์ของพระเจ้าศรีธรรมาโศก ซึ่งเป็นลักษณะเด่นของพระศรีธรรมาโศก หากเป็นพระนิพพานโสตรจะจบด้วยการปักปันเขตแดนระหว่างนครกับเพชรบุรี ทัพทั้งสองฝ่ายแยกย้ายกันกลับเมือง ยังดำเนินมาไม่ถึงการสิ้นพระชนม์
3 ตำนานฉบับ ศ.ว.ต.ล มีการแทรกเกร็ดตำนานที่ไม่มีทั้งในพระนิพพานโสตร และพระศรีธรรมาโศก มีการขยายความบางฉากให้ยืดออกไป ซึ่งนี่อาจเป็นความคิดของผู้แต่งเองในการสร้างสรรค์ตำนานร้อยกรองเพื่อให้สำนวนของตนนั้นสมบูรณ์มากขึ้นก็ได้
4 หากเราเข้าใจว่าโครงเรื่องของตำนานฉบับศ.ว.ต.ล นั้นสอดคล้องกับโครงเรื่องของพระศรีธรรมโศกเป็นหลักใหญ่ “แบบบรรพ์ชั้นเก่า” ที่ผู้แต่งพูดถึงอาจไม่จำเป็นต้องเป็นหนังสือบุดก็ได้ เนื่องจากก่อนจะถึงปี 2506 ได้มีการพิมพ์เผยแพร่พระศรีธรรมาโศกมาแล้วเท่าที่ประมวลได้เร็ว ๆ ดังนี้คือ
ตำนานพระธาตุนครศรีธรรมราช แต่งเป็นกลอนสวด พิมพ์ครั้งแรกเมื่อปี 2460 พิมพ์แจกในงานศพเจ้าจอมอิ่มในรัชกาลที่ 4
หนังสือตำนานพระบรมธาตุ และไหว้พระไตรลักษณ์ ของจังหวัดนครศรีธรรมราช พ.ศ. 2490 โดย ส.รัตนานุพงศ์ และภ.ม. กนฺตสีลาภิกขุ
ตำนานพระบรมธาตุเมืองนครศรีธรรมราชกลอนสวด พิมพ์เป็นอนุสรณ์ในงานฌาปนกิจศพพระครูปลัดสง ธมฺมโชโต เจ้าอาวาสวัดกระดังงา เมื่อ 25 มิถุนายน 2504
ทั้งนี้ พระศรีธรรมาโศก หรือที่เรียกในการตีพิมพ์ข้างต้นว่าตำนานพระบรมธาตุแต่งเป็นกลอนสวด ได้อาศัยต้นฉบับที่สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพได้ไปจากเมืองนคร ปัจจุบันเก็บรักษาอยู่ที่หอสมุดแห่งชาติ เมื่อชื่อในทะเบียนว่า “หนังสือทรรมโสก”
ส่วนที่เมืองนครก็มีเก็บรักษาอยู่ที่หอสมุดแห่งชาตินครศรีธรรมราชเล่มหนึ่ง อยู่ที่ศูนย์ศิลปวัฒนธรรมมหาวิทยาลัยราชภัฎนครศรีธรรมราชอีกเล่มหนึ่ง (เพิ่งโดนโจรกรรมหายไปหมาด ๆ ยังไม่ได้คืนมา) พระศรีธรรมาโศก เป็นตำนานพระธาตุสำนวนร้อยกรองที่พบฉบับหนังสือบุดน้อยมากในปัจจุบัน น้อยกว่าพระนิพพานโสตรซึ่งมีรายงานว่ามีอยู่ตามที่ต่าง ๆ รวมกันหลายสิบเล่ม (รวมทั้งที่เพิ่งโดนโจรกรรมหายไปหมาด ๆ จากราชภัฎนครฯ ยังไม่ได้คืนมาด้วย)
จากที่อ่านคร่าว ๆ ผมคิดว่าเราคงยังชี้ชัดไม่ได้ว่า แบบบรรพ์ชั้นเก่า ที่ผู้เขียนอ้างถึงจะคือหนังสือบุดพระศรีธรรมาโศก หรือฉบับพิมพ์ ซึ่งเนื้อหาไม่ได้แตกต่างกัน และแม้ว่าจะพิมพ์แบบสมัยใหม่ก็ยังจัดว่าเป็นแบบบรรพ์ชั้นเก่าได้ไม่ขัดเขินอะไร
สมัยที่ผมช่วยอาจารย์พระครูเหม ศึกษาจิตรกรรมตำนานพระนิพพานโสตรที่วัดวังตะวันตก เราพบข้อสังเกตว่าตำนานพระธาตุฉบับร้อยกรองนั้นมีลักษณะที่น่าสนใจอย่างหนึ่งคือ มันมีการปรับภาษาของตัวเองให้ทันสมัยอยู่เสมอ ๆ ด้วยความที่มันเป็นของใช้สวดทั้งก่อน และในระหว่างรอพิธีทางศาสนาลำดับถัด ๆ ไปจะเริ่ม มีพื้นฐานมาจากการทรงจำตำนานแบบมุขปาฐะ ตัวเรื่องราวตำนานของพระบรมธาตุซึ่งเป็นฐานที่อธิบายความศักดิ์สิทธิ์และความเป็นไปขององค์พระบรมธาตุแม้ว่าจะเป็นเรื่องราวอันศักดิ์สิทธิ์ก็จริง แต่ความศักดิ์สิทธิ์นั้นก็ไม่ได้ข้ามแดนมาสู่การควบคุมภาษา หรือตัววรรณกรรมให้มีสถานะศักดิ์สิทธิ์ตามไปด้วย มันจึงปรับตัวอยู่ตลอดเวลาเพื่อให้สามารถส่งต่อเรื่องราวอันศักดิ์สิทธิ์ในรูปแบบที่ทันสมัยเข้ากับสังคมในแต่ละยุคให้รับรู้ได้ไปเรื่อย ๆ
ตำนานพระบรมธาตุฉบับร้อยกรองนับตั้งแต่พระศรีธรรมาโศก ซึ่งปรากฏในคำกลอนว่าผู้แต่งได้จดต่อมาจากพระมหาวัดหน้าราหู ซึ่งแก่ชรามากแล้วแต่ยังทรงจำเนื้อหาไว้ได้ในขณะที่คนอื่น ๆ หลงลืม แล้วพระศรีธรรมาโศกนี้จะได้ถูกขยายความต่อมาเป็นพระนิพพานโสตรซึ่งมีสำนวนกลอนทันสมัยกว่า มีรายละเอียดมากกว่า
เราอาจจะมองตำนานพระบรมธาตุฉบับ ศ.ว.ต.ล. นี้ว่าเป็นเรื่องราวอันศักดิ์สิทธิ์เดิมที่ถูกปรุงแต่งรสชาติใหม่เพื่อคนในยุค 2506 ซึ่งเป็นยุคที่บ้านเมืองนครศรีธรรมราชในห้วงเวลานั้นกำลังตื่นตัวหันกลับมาคิด เขียน เรื่องเกี่ยวกับเมืองนครเอง โดยคนนครเอง ไม่ว่าจะเป็นขุนอาเทศคดี ครูน้อม อุปรมัย เริ่มผลิตงานจำนวนไม่น้อยในทศวรรษที่ 2500 นี้ ต่อเนื่องไปยังทศวรรษที่ 2510 ซึ่งคุณดิเรก พรตเสน เริ่มผลิตงานเขียน และวรรณกรรมจำนวนมากตามมา
ตำนานพระบรมธาตุฉบับ ศ.ว.ต.ล. พิมพ์ที่เมืองนคร ในปี 2506 ถึง 1,000 เล่ม ใครคือผู้อ่านตำนานฉบับนี้บ้าง ? แล้วมันส่งอิทธิพลทางความคิดอ่านไปมากแค่ไหน ? ประการหนึ่งที่อยากให้สังเกตคือ ตำนานนี้อธิบายว่าพระบรมธาตุนครฯ เป็นที่ประดิษฐานพระทันตธาตุ ซึ่งผมยังได้ยินคนนครพูดเรื่องนี้อยู่จำนวนมาก ในความเป็นจริงแล้วตำนานพระบรมธาตุฉบับร้อยแก้ว พระศรีธรรมาโสก พระนิพพานโสตร ให้ข้อมูลกับเราชัดเจนว่าไม่ใช่
จริงอยู่ว่าตามตำนาน พระทันตธาตุได้เคยประดิษฐานที่หาดทราย แต่ก็ได้เดิรทางต่อไปยังลังกาแล้ว และกษัตริย์ลังกาก็เห็นว่าหาดทรายแก้วซึ่งเคยได้ประดิษฐานพระทันตธาตุแม้เป็นเวลาไม่นานก็นับเป็นมงคลสถาน จึงได้ให้นำพระบรมธาตุจำนวน 1 ทะนานกลับมาฝังแทนที่ จนกระทั่งพระเจ้าศรีธรรมาโศกได้ขุดพระบรมธาตุ 1 ทะนานซึ่งฝังไว้นั้นขึ้นมาแล้วสร้างบรมธาตุสถูป คือพระธาตุนครสำหรับประดิษฐานพระบรมธาตุ 1 ทะนานนี้ ในที่นี้ผมคิดว่า ตำนานพระบรมธาตุฉบับ ศ.ว.ต.ล. อาจสืบต่อความเข้าใจเรื่องพระทันตธาตุที่คลาดเคลื่อนนี้ต่อมาจากข้อมูลที่คลาดเคลื่อนมาก่อนก็ได้
หลังปี 2506 ได้มีการพิมพ์พระศรีธรรมาโศก หรือตำนานพระธาตุนครศรีธรรมราช แต่งเป็นกลอนสวด อีกครั้งโดยรวมพิมพ์อยู่ใน “เรื่องเมืองนครศรีธรรมราช” พิมพ์แจกในงานศพนางตลับ จันทราทิพย์ เมื่อ 2510
ในทศวรรษที่ 2520 – 2530 เมื่อมหาวิทยาลัยราชภัฎนครศรีธรรมราช ได้ทุนจากมูลนิธิโตโยต้าญี่ปุ่นให้ทำการศึกษา ถ่ายไมโครฟิล์ม และปริวรรติหนังสือบุดโบราณที่รวบรวมมาจากทั้วทั้งนครและใกล้เคียง ก็มีการปริวรรติพระนิพพานโสตร อันเป็นตำนานพระบรมธาตุฉบับร้อยกรอง ทะยอยปริวรรตตีพิมพ์ออกมา 4 สำนวน
ถึงปี 2565 ทั้งพระศรีธรรมาโศก ทั้งพระนิพพานโสตร ได้มีการตีพิมพ์ต่างกรรมต่างวาระกันหลายครั้ง ตำนานพระบรมธาตุฉบับ ศ.ว.ต.ล. จะได้มีการพิมพ์ครั้งใหม่ ๆ หลังปี 2506 ด้วยรึเปล่า ? อาจจะต้องสืบดูกันต่อไปครับ



