
พระราชกำหนดค่าฤชา ธรรมเนียม ตราขึ้นเมื่อ 2316 เมื่อเมืองนครเป็นประเทศราช พระเจ้านราสุริยวงศ์ปกครอง พระยาราชสุภาวดีผู้ช่วยราชการคนนี้คือคนเดียวกับที่แต่งกฤษณาสอนน้องคำฉันท์ร่วมกับพระภิกษุอิน ซึ่งถูกปริวรรตตีพิมพ์ครั้งแรกในงานศพของนางอิ่ม ตัญพงศ์ที่เมรุ วัดจันทาราม อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช
อาจารย์พระครูเหมเจติยาภิบาลเป็นผู้พบเรื่องนี้ ผมลองตรวจสอบดูแล้วมีเรื่องน่าจะเขียนถึงเป็นไอเดียสำหรับทำวิจัยต่อในอนาคตคือ 1 เวลาเห็นบุดกฏหมายผมมักจะเปิดผ่าน ๆ เพราะเชื่อว่าคือการคัดจากที่ถูกประมวลชำระใหม่เมื่อครั้ง ร.1 ต่อมา ไม่น่าจะมีความแปลกอะไรให้ค้นพบอีก แต่เรื่องบางตอนในบุดกฏหมายนี้ที่ว่าด้วยพระราชกำหนดฤชาธรรมเนียมไม่ปรากฏในประมวลพระราชกำหนดเก่า และลักษณะเนื้อหาเป็นการตราบังคับใช้สำหรับ “ประเทศคอน” ที่อาณาเขตตอนนั้นครอบคลุมไปถึงตรังกานู
2 เทียบศักราช และเนื้อหาแล้ว เป็นพระราชกำหนดที่น่าจะตราโดยอำนาจของพระเจ้านราสุริยวงศ์ที่เมืองนครด้วย ไม่ได้ส่งเรื่องผ่านไปยังราชสำนักธนบุรี จากลายมือในบุดนี้ซึ่งน่าจะตกราว ๆ ร.4 – 5 แสดงให้เห็นว่าแม้จะเข้าสู่ช่วงรัตนโกสินทร์แล้วพระราชกำหนดนี้ยังถูกคัดอยู่ และอาจจะยังถูกใช้เป็นกฏหมายท้องถิ่นอยู่จนปฎิรูปมณฑลเทศาภิบาลแล้วจึงเลิกใช้ไปด้วย
3 นี่เป็นหลักฐานที่พบได้ยาก และเหลืออยู่น้อยมากจากยุคที่นครศรีธรรมราชเคยเป็น “ประเทศคอน” ซึ่งเป็นห้วงเวลาที่เรายังมีสถานภาพความรู้ค่อนข้างน้อย
4 ปัจจุบันนี้เรารู้โดยอ้อมผ่านเอกสารอื่นว่าเมืองนครครั้งพระเจ้าขัติยราชนิคมนั้นปกครองโดยมีตำราหลัก ๓ เล่มคือ ตำราสิบสองเดือนฉบับหลวงที่ไม่ใช่ฉบับขุนทิพยมนเฑียร ว่าด้วยขนบการปกครอง และระบบการเรียกส่วยสาอากรจากเมืองบริวาร ตำราสัสดีซ้าย และตำราสัสดีขวา ว่าด้วยพระราชกำหนดกฏหมายท้องถิ่น ตำราทั้งสามเล่มนี้ตกทอดและปรับใช้ต่อมาในสมัยกรุงเทพ แต่ปัจจุบันหายสาปสูญไปไร้ร่องรอย บางทีอาจมีอยู่ในบ้านของสายสกุล ณ นคร รอการค้นพบ
นครศรีธรรมราชำเป็นประเทศคอนอยู่ ๑๕ ปี ปกครองโดยกษัตริย์สององค์คือพระเจ้านราสุริยวงศ์ และพระเจ้าขัติยราชนิคม เป็นเวลาสั้นมาก แต่ก็ไม่ได้สั้นเกินจนไม่ทิ้งร่องรอยเอาไว้ เพียงแต่เรายังประมวลเข้าด้วยกันไม่ได้กว้างขวางพอเป็นประเด็นที่น่าสนุกทีเดียวครับ อย่างน้อยต้นปีหน้าผมน่าจะพยายามเข็นแบบสันนิษฐานวังของพระเจ้าขัติยราชนิคมตามที่มีหลักฐานในจดหมายเหตุให้ได้ก่อน