
วันนี้ วันอังคารที่ 7 ตุลาคม 2568 ตรงกับวันออกพรรษาของพี่น้องชาวไทยพุทธ และในวันพรุ่งนี้ (วันแรม 1 ค่ำ เดือน 11) ภาคใต้จะเข้าสู่ประเพณีอันศักดิ์สิทธิ์และมีสีสัน นั่นคือ “งานบุญลากพระ” โดยมีการอัญเชิญพระพุทธรูปที่เรียกว่า “พระลาก” ขึ้นประดิษฐานบนบุษบกที่เรียกว่า “นมพระ” (หรือ พนมพระ) แล้วใช้ยานพาหนะ เช่น เรือหรือรถ ลากไปตามเส้นทางเพื่อไปยังจุดนัดหมายที่เรียกว่า “ชุมนุมเรือพระ” เมื่อมีงานบุญย่อมมีอาหารคู่บุญ งานลากพระก็เช่นกัน ขนมที่ชาวใต้แทบทุกพื้นที่จะต้องมี คือ “ต้ม” ทำจากข้าวเหนียวผัดกับกะทิ ปรุงรสด้วยเกลือและน้ำตาล แล้วห่อเป็นรูปทรงสามเหลี่ยมด้วยใบกะพ้อ “ต้ม” ในแต่ละพื้นที่ก็จะมีเอกลักษณ์การห่อที่แตกต่างกันไป จนสามารถระบุได้ว่าเป็นต้มของถิ่นใด ชาติพันธุ์อะไร
ความหลากหลายของ “ต้ม” เมืองนครศรีธรรมราช
สำหรับ “คนคอน” (นครศรีธรรมราช) โดยเฉพาะในเขตอำเภอเมือง ซึ่งเป็นเมืองใหญ่ที่มีผู้คนหลากหลายชาติพันธุ์ ภาษา และวัฒนธรรม “ต้ม” ก็มีความหลากหลายตามไปด้วย ผู้เขียนที่อาศัยอยู่เมืองนครศรีธรรมราชมาสามปีกว่า ได้สังเกตเห็นความน่าสนใจของต้มคนคอน โดยแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบหลัก คือ









“ต้มไทย” (ต้มผู้) เป็นต้มที่คนไทยพุทธนิยมห่อกัน มักมีทรงสูงและไม่ผูกปม บางพื้นที่เรียก “ต้มผู้” (หมายถึงต้มเพศชาย)
“ต้มเเขก” เป็นต้มที่ชาวมลายูมุสลิม (หรือที่คนไทยเรียกว่า “คนแขก”) นิยมห่อกัน มีทรงสั้นกว่าและมีการผูกปม สิ่งที่น่าสนใจคือผู้เขียนพบว่าชาวไทยพุทธบางหมู่บ้านก็สามารถห่อ ต้มแขก ทรงนี้ได้เช่นกัน ในขณะที่ “ต้มไทย” ยังไม่พบว่ามีชาวมลายูมุสลิมห่อทรงนี้ ซึ่งเป็นมิติที่มีความซับซ้อนทางวัฒนธรรมที่น่าศึกษาต่อไป
นอกจากนี้ ยังมี #ต้ม หรือ #ปัต หรือ #ต้มปัต ที่พบในพื้นที่โซนปากนครและลุ่มน้ำปากพนัง ซึ่งห่อด้วยใบจากอ่อนในทรงแท่งกลม (ชื่อเรียกก็ซับซ้อนบางหมู่บ้านเรียก ปัต บางหมู่บ้านเรียก ต้ม และบางหมู่บ้านเรียก ต้มปัต)
สีสันยามเช้าที่ตลาดคูขวาง เช้านี้ ณ ตลาดนัดคูขวาง ตลาดสดหลักของเมืองนครศรีธรรมราช คึกคักไปด้วยบรรดาแม่ค้าที่นำ ต้ม ออกมาวางจำหน่ายละลานตา ส่วนใหญ่เป็น #ต้มไทย แต่ก็มี #ต้มแขก ให้เห็นเช่นกัน สิ่งที่เพิ่มสีสันคือ บางร้านนำหางต้มมาสานเหมือนถักเปีย เพื่อให้สะดวกในการนำไปแขวนบนเรือพระ
ผู้เขียนได้พบกับคุณป้าแม่ค้าขายต้มที่ห่อต้มได้อย่างสวยงามและประณีต ถักเปียทำเป็นช่ออย่างเรียบร้อย ท่านเผยว่า “วันนี้ได้มา 50 พวง ขายหมดแล้ว” เมื่อสองปีก่อนผู้เขียนเคยซื้อต้มของคุณป้าไปฝากญาติที่สงขลา ทุกคนต่างชื่นชมว่าห่อสวยและทรงแปลกตา เพราะที่สงขลานิยมห่อต้มแบบผูกปมลูกสั้น (แบบต้มแขก)
ลูกเห็ด /ลูกเห็บ (แห็ด-แห็บ)
และที่เป็นเอกลักษณ์สำคัญของงานบุญลากพระคนคอน คือการมีอาหารอีกชนิดที่ขาดไม่ได้ เป็นเหมือนคู่ขวัญที่ต้อคู่กัน นั่นคือ ลูกเห็ด หรือ ลูกเห็บ (ออกเสียงว่า แห็ด/แห็บ) อาหารชนิดนี้เป็นของแห้งที่ปรุงสุกโดยการทอด มีวัตถุดิบหลักคือ เครื่องแกง และ มะพร้าว ปรุงรสด้วยน้ำตาลและเกลือ บางสูตรอาจใส่กุ้ง แต่บางสูตรก็ไม่มีเนื้อสัตว์เลย ผมเคยเขียนเรื่องนี้ไว้ในบทความเรื่อง ทอดเห็ด ลูกเห็ด ลูกเห็บ กับกลเม็ดก้นครัว เผยแพร่ใน https://museumsiam.org/
https://www.museumsiam.org/km-detail.php?CID=177…





ทุกร้านในตลาดคูขวางต่างขาย ต้ม และ ลูกเห็ด คู่กันเและน่าประทับใจเมื่อพบร้านของคุณป้า(หวอ) ชาวมุสลิมจากบ้านท่าแพ ซึ่งปกติจะขายขนมทั่วไป แต่เมื่อถึงงานบุญลากพระก็จะทำ #ลูกเห็ด ทอดขายด้วย ปีนี้มีลูกค้าสั่งถึง 3,000 ลูก ภาพที่เห็นคือลูกเห็ดทอดสุกกำลังถูกตักใส่ถุงเตรียมส่งมอบให้ลูกค้า “ขายหมดแล้วหนึ่งหม้อ กำลังทำหม้อสอง” “หวอ” บอกเล่าอย่างยิ้มแย้ม ขณะขมักเขม้นขยำแป้งกับส่วนผสมลูกเห็ดเพื่อทำให้ครบตามยอดสั่ง เรื่องราวของ ต้ม และ ลูกเห็ด จึงเป็นภาพสะท้อนที่สวยงามของงานบุญลากพระคนนคร ที่ไม่เพียงแต่เป็นเรื่องราวของอาหาร แต่ยังเป็นเครื่องเชื่อมร้อยวัฒนธรรมของผู้คนในพื้นที่เดียวกันอย่างกลมกลืน ท่ามกลางความหลากหลายและแตกต่างของผู้คน ที่อาศัยในพื้นที่เดียวกันที่เรียกว่า เมืองนครศรีธรรมราช แห่งนี้…
เผยแพร่ครั้งแรกใน – https://www.facebook.com/share/v/1BMAL5wcfi/