
ผมได้มีโอกาสสัมผัสกับเรื่องราวของปลาพื้นถิ่นที่น่าสนใจอย่างยิ่งในพื้นที่ทะเลสาบสงขลา(เลใน) โดยเฉพาะปลาที่ชาวประมงเรียกว่า “ปลามาว” ซึ่งผมเพิ่งได้เห็นตัวเป็นๆ เป็นครั้งแรกที่บ้านควน ตำบลคูเต่า อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ปลาตัวนี้ถูกจับได้จากทะเลสาบสงขลาตอนล่าง ความสับสนเริ่มต้นขึ้นเมื่อมีการเปรียบเทียบคำเรียกขานปลาชนิดนี้ระหว่างสองพื้นที่สำคัญคือ
1. บ้านควน (ม.5 คูเต่า) เรียกปลาที่มีหัวแหลมกว่าว่า “ปลามาว” และปลาที่คล้ายกันว่า “ปลาแมว”
2.ชุมพลชายทะเล ต.ชุมพล อ.สทิงพระ จ.สงขลา จะเรียกสลับกัน นั่นคือ ตัวที่บ้านควนเรียก “ปลาแมว” “ปลาเเมว” ที่นี่กลับเรียก “ปลามาว” และตัวที่บ้านควนเรียก “ปลามาว” ที่นี่กลับเรียก “ปลาแมว”
ยิ่งไปกว่านั้น ทั้งที่บ้านชุมพลชายทะเล (สอบถามจาก “วะฉ๊ะ”) และที่บ้านควน (สอบถามจาก “มะ” แม่ของผู้เขียน) ต่างก็พบว่าชาวบ้านบางคนก็เรียกปลาทั้งสองชนิดนี้รวมกันในชื่อเดียวว่า “ปลามาว” หรือ “ปลาแมว”
ปริศนาแห่งการจำแนก วิทยาศาสตร์กับความรู้ท้องถิ่น
ความสับสนในชื่อเรียกนี้อาจสะท้อนถึงความแตกต่างในการจดจำและจำแนกสายพันธุ์ปลาตามช่วงอายุของคนแต่ละรุ่นในชุมชน ซึ่งสอดคล้องกับข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์ที่ระบุว่า ปลาในกลุ่มนี้มีหลายชนิดมาก
ในหนังสือ “ปลาในลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา” ที่จัดทำโดยศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนล่าง (หน้า 24-32) ได้มีการรวบรวม “ปลาแมว” ไว้ถึงสี่ชนิดด้วยกัน เช่น “ปลาแมวหัวแหลม”, ปลาแมวหรือปลาป้อปี้, “ปลาแมว”, และ ปลาแมวหูดำหรือปลาแมวครีบดำ




“ปลามาว” ที่ผมพบในวันนี้ ณ บ้านควน มีรูปร่างหน้าตาคล้ายกับ “ปลาแมว”อย่างมาก จนอาจกล่าวได้ว่าเป็นญาติใกล้ชิด แต่ความแตกต่างที่เด่นชัดคือ ปลามาวจะมีหัวที่แหลมกว่าปลาแมว(ตามการเรียกของคนบ้านควน)

บ้านควนเรียกปลามาว ชุมลชายทะเลเรียกปลาแมว
มรดกทางอาหาร “ของหรอย” ที่กำลังจะหายไป ปลาทั้งสองชนิดนี้ถือเป็นวัตถุดิบในสำรับอาหารพื้นถิ่นของชุมชน วิธีการปรุงที่ขึ้นชื่อคือ 1.แช่เกลือทอดหรือซาวเครื่องทอด ต้องขูดเกล็ดออกและกรีดที่ตัวปลาเป็นริ้วถี่ๆ ซึ่งในภาษาท้องถิ่นคนบ้านควนเรียกว่า “กัน” เป็นภูมิปัญญาอย่างหนึ่งที่สืบทอดกันมาสำหรับทำปลาที่มีกางเยอะ เพราะทำให้กางถูกตัดมีขนาดเล็กๆ ทำให้กินง่ายขึ้น 2. “ยำดิบ”การแล่เอาเฉพาะเนื้อปลามาทำ ซึ่งเป็นเมนูที่ยกย่องว่า “หรอย” (อร่อย) อย่างยิ่ง ญาติของผมอายุ 60กว่าปีเล่าว่า “…ตอนเด็กๆคนผู้ใหญ่จะยำให้กิน…” น่าเสียดายที่ผมเองก็ยังไม่เคยมีโอกาสได้ลิ้มลองรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์นี้
สัญญาณเตือนและรูปแบบการกระจายตัว
สถานการณ์ที่พบในวันนี้ ชวนให้เกิดความกังวลอย่างยิ่งถึงภาวะใกล้สูญพันธุ์ ชาวประมงจับ “ปลามาว” ได้เพียงตัวเดียวเท่านั้น และไม่พบ “ปลาแมว” เลยแม้แต่ตัวเดียว พี่ที่เป็นภรรยาของบังที่เป็นผู้ออกทะเลได้ปลามาว บอกว่าเมื่อวานจับปลาแมวได้สามตัว สถานการณ์นี้เป็นสัญญาณเตือนสำคัญว่าปลาชนิดนี้อาจกำลังเผชิญกับภาวะใกล้สูญพันธุ์ในพื้นที่ทะเลสาบสงขลา
ผมได้ตรวจสอบคลังภาพถ่ายและพบหลักฐานการมีอยู่ของปลาแมวที่แตกต่างออกไป เมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2567 ผมเคยบันทึกภาพ ปลาแมวเฉพาะเนื้อปลา ที่ถูกแล่และมัดใส่ถุงเตรียมขายจำนวนสามถุงที่ บ้านคูขุด ตำบลคูขุด อำเภอสทิงพระ ซึ่งตั้งอยู่บริเวณทะเลสาบสงขลาตอนกลาง การพบเนื้อปลาแมวพร้อมขายจำนวนมากเพื่อนำไปทำ “ยำ” ในพื้นที่ตอนกลางของทะเลสาบเมื่อไม่นานมานี้ อาจชี้ให้เห็นว่า การกระจายตัวและความอุดมสมบูรณ์ของปลาชนิดนี้อาจมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญในแต่ละส่วนของลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา

เรื่องราวของ “ปลามาว” และ “ปลาแมว” ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของสายพันธุ์ปลาที่หายาก แต่เป็นสัญญาณเตือนที่สำคัญถึงความเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้นในระบบนิเวศของทะเลสาบสงขลา หากวัตถุดิบและภูมิปัญญาทางอาหารอันเป็นเอกลักษณ์เหล่านี้หายากขึ้นจนไม่สามารถหาได้อีกต่อไป ย่อมหมายถึงการสูญเสีย มรดกทางวัฒนธรรมอาหาร ที่สืบทอดกันมาของชุมชนไปอย่างน่าเสียดายเช่นกัน…
เผยแพร่ครั้งแรกใน – https://www.facebook.com/share/p/1F5GyGcQMs/